หลุมพรางของนักบริหาร

post Image

"หลุมพรางของนักบริหาร" 

ท่านทั้งหลายจะต้องก้าวต่อไปข้างหน้า เส้นทางของนักบริหารระดับสูงเหมือนการเดินขึ้นภูเขาสูง ต้องฝ่าฟันอุปสรรค์ต่างๆ นานา รวมทั้งขวากหนามและหลุมบ่อ บ้างก็เป็นหลุ่มตามธรรมชาติ บ้างก็เป็นหลุมพลางที่ผู้อื่นขุดไว้ บ้างก็อาจเป็นเหวลึกที่พลัดตกลงไปแล้วไม่มีวันจะปีนกลับขึ้นมาได้ หลุมพลางที่นักบริหารเมื่อขึ้นไปในที่สูงแล้วมักจะผ่านพบ มีดังต่อไปนี้ ขอให้ก้าวเดินด้วยความระมัดระวัง เพื่อให้ถึงเส้นชัยด้วยความสง่างาม

1) หลุมอำนาจ (power) การตกหลุ่มในอำนาจที่ได้มาจากตำแหน่งหน้าที่ ใช้อำนาจไปในทางมิควร เหลิงอำนาจ

2) หลุมกิเลส (desires) การยอมจำนน พ่ายแพ้ต่อกิเลส ตัณหาที่รุมเร้าเย้ายวนอยู่รอบตัวที่มาจากอำนาจหน้าที่ ทรัพย์สิน เงินทอง เพศตรงข้าม ลาภมิควรได้ และการเอาประโยชน์จากราชการ

3) หลุมอัตตา (egoism) ความทะนงตน การคิดว่าตัวเราเองเก่ง ฉลาด มีอำนาจ ลืมตัวมัวเมา ทะนงตัว ลุ่มหลงตัวเอง ดูถูก ดูแคลนผู้อื่น จงอย่าลืมว่าบางครั้งการได้มาซึ่งตำแหน่งนั้นๆ สำหรับบางคนอาจไม่ใช่ด้วยความสามารถของตนเป็นหลักเสมอไป อาจถูกใช้เป็นหุ่นเชิด ตรายาง หรือเพราะอาวุโส สงสาร เกรงใจ วิ่งเต้น ฯลฯ 

4) หลุมอบายมุข (temptation) สุรา การพนัน และอบายมุขทั้งปวง จะเป็นหลุมลึกแห่งความเสื่อมเสีย

5) หลุมอารมณ์ (temper) การควบคุมอารมณ์ตนเองไม่ได้ แสดงอารมณ์ออกทาง กาย วาจา และจิตที่ร้อนระอุรุนแรง จะเป็นไฟที่เผาผู้อื่นและไฟนั้นจะกลับมาเผาตนเอง

6) หลุมคำเยินยอ (praise) การลุ่มหลงในคำเยินยอ การประจบประแจงจากผู้รอบข้างเป็นภัย และเป็นภาพมายาที่จะทำให้เราหลงทางหลุดจากทิศที่เราควรจะไป

7) หลุมอคติ (prejudice) อคติก่อเกิดการเบี่ยงเบนทางความคิด การมองภาพ ทัศนมายา ทัศนคติที่มีต่อบุคคล หรือต่อสังคม วัฒนธรรม ที่เบี่ยงแบนไปจากความเป็นจริง ส่งผลต่อการตัดสินใจ และผลลัพท์ที่จะเกิดขึ้นอันอาจจะผิดเพี้ยนไปจากสิ่งที่ควรเป็นหรือความถูกต้อง

8) หลุมอวิชชา (ignorance/ unawareness) การขึ้นสู่ตำแหน่งสูงมิใช่การเป็นพหูสูต จงอย่าคิดว่าการขึ้นสู่ตำแหน่งสูงแล้วเปรียบเสมือนแก้วที่ที่มีน้ำเต็ม การไม่ศึกษาขวนขวายหาความรู้เพิ่ม การหยุดนิ่งอยู่กับที่เท่ากับการถอยหลัง ความไม่รู้ ประมาทเลินเล่อในงาน ในกฎ ระเบียบอาจนำไปสู่ความผิดพลาดอันยิ่งใหญ่ นักบริหารจึงควรศึกษาหาความรู้ตลอดเวลา

9) หลุมแห่งความเฉื่อยชา (sluggishness) เมื่อใดที่ขึ้นสู่ตำแหน่งที่สูงตามที่ต้องการแล้ว อาจทำให้ขาดความกระตือรือร้น ความคิดสร้างสรรค์ ภาวะหมดไฟ และความพยายามในสิ่งใหม่ๆ ย่อมส่งผลให้เกิดความเสื่อมถอยในประสิทธิภาพการทำงาน เกิดความล้าหลัง ถดถอย 

10) หลุมโอษฐภัย ( danger caused by speaking) ผู้อยู่ในอำนาจเหนือผู้อื่น มักคิดว่าผู้อยู่ใต้เป็นบริวาร มักไม่ระมัดระวังคำพูด จงอย่าลืมว่า ท่านเองก็เคยอยู่ในสถานะเหล่านั้นมาก่อน จงระวังคำพูดที่เสียดแทงใจ คำพูดที่สร้างความโกธรแค้น เกลียดชัง สร้างศัตรู นำไปสู่ความอาฆาตมาดร้าย สิ่งนี้จะเป็นภัยใกล้ตัวที่จะเห็นได้ก็ต่อเมื่อภัยมาถึงตัวแล้ว

11) หลุมการเมือง (political engagement) นักบริหารไม่ควรเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการเมืองมากจนเกินเหตุ การดำรงตนเป็น ขรก. ที่ดีควรรักษาความเป็นกลาง บริสุทธิ ยุติธรรม เที่ยงธรรม เที่ยงตรง มีจิตสำนึกความเป็นราชการ รักษาผลประโยชน์แห่งชาติและส่วนรวมเป็นหลัก การฝักใฝ่กับการเมือง หรือมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับนักการเมืองอาจเป็นดาบสองคมต่อสถานะ ขรก.ของตัวเราเอง นักบริหารจึงควรดำรงตนเป็นกลาง และสามารถอยู่ได้กับสภาวะที่บ้านเมืองมีความขัดแย้ง ความผันผวน เปลี่ยนแปลง ต้องยึดหลักคุณธรรม ความเป็นกลาง อย่าให้นักการเมืองมา overrule การงานในส่วนงานประจำ และต้องกล้าที่จะไม่ยอมรับการแทรกแซงทางการเมือง จึงควรวาง position ของตนให้เหมาะสม 

12) หลุมมวลชน (mass media)) การเป็นข้าราชการต้องไม่ลืมมวลชน ซึ่งเป็นเป้าหมายหลักของการทำงานให้แผ่นดิน มวลชนอาจส่งเสริมให้ท่านได้ดีมีชื่อเสียงได้ ในทางกลับกันก็สามารถทำให้ท่านเสียชื่อเสียงหรือตกเป็นข่าวในเชิงลบได้เช่นกัน มวลชนจึงเป็นเสมือนน้ำที่สามารถลอยเรือได้ฉันใด ก็สามารถจมเรือได้ฉันนั้น ดังนั้น มวลชน และสื่อมวลชนก็สามารถทำให้อนาคตของ ขรก.บางคนถึงจุดดับได้เช่นกัน ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับการทำงาน การประพฤติปฏิบัติตนและการสร้างความสมดุลของตัวเราเอง

อิสินธร สอนไว 
อาจารย์ที่ปรึกษา นบส. กพ.
อดีตนักบริหารการทูตระดับสูง (เอกอัครราชทูต)