วิถีชีวิตแห่งนกอินทรี

post Image

นก อินทรีเป็นสัตว์ปีกที่มีอายุยืนยาวที่สุดในโลก มันมีอายุยาวนานถึง 70 ปี เมื่อเอ่ยถึงนกอินทรี เราก็จะต้องนึกถึงความยิ่งใหญ่ สง่างามขณะที่มันบินอยู่บนท้องฟ้า  สาย ตาอันแหลมคม ยาวไกล กรงเล็บอันแข็งแกร่ง ทรงพลัง ความรวดเร็วเด็ดขาดในการจับเหยื่อ มันเป็นนกที่ยิ่งใหญ่เหนือกว่านกใดๆ ทั้งมวลที่มีอยู่ในโลกนี้ ประเทศอภิมหาอำนาจอย่างสหรัฐอเมริกา หรือแม้แต่เยอรมันนี ยังถือเอานกอินทรีเป็นสัญญลักษณ์ของประเทศเลยทีเดียว
                                แต่ ทว่าจะมีใครทราบหรือไม่ว่านกอินทรีนั้นจะมีช่วงชีวิตอยู่ช่วงหนึ่งซึ่งยาก ลำบาก และทุกข์ทรมานอย่างแสนสาหัส เป็นช่วงชีวิตที่เป็นอุปสรรคอย่างใหญ่หลวงต่อวิถีชีวิตของมัน นั่นก็คือช่วงที่มันมีอายุได้ 40 ปี เพราะในช่วงอายุนี้ ปากของมันจะงองุ้ม จะจิก จะกินอะไรก็ทำได้ยากยิ่ง ส่วนเล็บของมันก็จะยาวและโค้งงอ เป็นอุปสรรคอย่างยิ่งต่อการจะจับสัตว์กินเป็นอาหารได้เหมือนเดิม สำหรับปีกอันงามสง่าของมันก็จะเกิดขนปกคลุมจนหนา และหนัก ทำให้การบินของมันแต่ละครั้งเป็นไปด้วยความยากลำบากและเชื่องช้ายิ่ง ช่วงเวลาแห่งความทุกข์ทรมานนี้ กินเวลายาวนานถึง 150 วัน หรือประมาณ 5 เดือนเศษ !
                                ใน สภาวะอันทุกข์ทรมานนี้ มันมีทางเลือกอยู่ 2 ทาง คือ หนึ่ง ฆ่าตัวตายเสียเพื่อยุติความทุกข์ทรมานนั้น และสองอดทนฟันฝ่าด้วยความเจ็บปวดรวดร้าวเพื่อจะมีชีวิตใหม่ให้ได้!
                                เมื่อ มันเลือกทางที่หนึ่ง มันก็สามารถทำได้ด้วยการเอากรงเล็บปาดคอตัวเองเพื่อจบชีวิตของมันลงเสีย หรือมิฉะนั้นก็ไม่ต้องทำอะไร เพียงอยู่เฉยๆ แล้วนอนรอความตายที่กำลังจะมาถึง ซึ่งอาจจะช้าหรือเร็ว ภายในไม่เกิน 150 วันนั้น
                                แต่ หากมันเลือกหนทางที่สอง มันต้องพยายามอีกครั้งที่จะบินขึ้นสู่ภูเขาสูง และ ณ ที่นั้น มันต้องเคาะปากของมันกับหินเป็นร้อยเป็นพันครั้ง แม้จะเจ็บปวดปานใด มันก็ต้องทนให้ได้ เพื่อให้จงอยปากของมันหลุดร่อนออกมา จากนั้นมันก็ต้องเคาะเล็บของตนเองที่งองุ้มนั้นกับหินแข็งๆ ให้เล็บหลุดออกมาทีละเล็บ จนกระทั่งเล็บหลุดออกมาจนหมด และมันต้องจิกขนที่หนาเตอะ ทั้งที่อก ที่ปีก ออกทีละชิ้น ทีละชิ้น จนขนที่หนาเตอะเหล่านั้นหลุดร่วงหายไป แน่นอนว่ากระบวนการเหล่านี้ จะต้องกินเวลานาน และเจ็บปวดทุกข์ทรมานอย่างแสนสาหัส สากรรจ์ กระบวนการดังกล่าวจะเริ่มอย่างช้าๆ และต่อเนื่องไป จนสิ้นสุดลงเมื่อครบ 150 วัน!
                                ถ้า มันสามารถผ่านกระบวนการอันยากลำบากนั้นมาได้ รางวัลของมันก็คือ ปากที่จะงอกออกมาใหม่ซึ่งแข็งแกร่งและสวยงามกว่าเดิม เล็บที่งอกออกมาใหม่ซึ่งแข็งแรง แหลมคม สวยงามกว่าเดิม เหมาะอย่างยิ่งกับภาระกิจการล่าที่มันถนัด และของขวัญล้ำค่าที่สุดที่ถ้าหากมันผ่านกระบวนการนี้ไปได้ก็คือ มันจะมีชีวิตยืนยาวต่อไปได้อีกถึง 30 ปี!! เป็นชีวิตอีก 30 ปีที่แข็งแกร่งกว่าเดิม สง่างามกว่าเดิม ทรงพลังกว่าเดิม ปรากฏตัวบนท้องฟ้าได้อย่างยิ่งใหญ่และมีเกียรติมากกว่าเดิม!
                                มี นกอินทรีหลายตัวจำนวนมากที่สามารถผ่านบททดสอบนี้ และก็มีนกอินทรีอีกจำนวนมหาศาลเช่นกัน ที่แม้จะตัดสินใจเลือกที่จะมีชีวิตใหม่ด้วยทางเลือกที่สองนั้น แต่ก็ต้องตายไปขณะอยู่ในกระบวนการทดสอบอันหฤโหด 150 วันนี้ ส่วนนกอินทรีที่เลือกทางเลือกแรกข้างต้นนั้น ตายหมดทุกตัวภายใน 150 วันนั้นอยู่แล้ว!!
                                หลายคนเชื่อว่าวิถีชีวิตแห่งนกอินทรีนี้ อาจเป็นที่มาของเรื่องราวปรัมปราว่าด้วย “นกฟีนิกซ์” ในตำนานความเชื่อของชนชาวกรีกโบราณ นกฟีนิกซ์นี้ได้ชื่อว่าเป็นนกที่มีชีวิตอันอมตะซึ่งไม่มีวันตาย (เพราะเมื่อตายแล้วก็ยังสามารถฟื้นคืนชีวิตได้ทุกครั้งไป!)
                                หาก มองวิถีชีวิตของคนเราผ่านวิถีชีวิตแห่งนกอินทรีแล้ว จะเห็นได้ว่าทั้งนกอินทรีและมนุษย์เรามีช่วงชีวิตพอๆ กัน คือประมาณ 70 ปี และคำกล่าวของพวกฝรั่งที่ว่า “ชีวิตเริ่มต้นเมื่ออายุ 40 ปี!” นั้น ก็อาจมีนัยสำคัญเทียบเคียงกับวิถีชีวิตของนกอินทรีก็เป็นได้?
                                แต่ไม่ว่าจะ 30 หรือ 40 หรือ 50 ปี คนเราก็จะต้องมีช่วงเวลาที่สำคัญ อันเป็นช่วง “เปลี่ยนผ่าน” (Transforming) อยู่ในช่วงระยะเวลาหนึ่งเวลาใดในช่วงระยะเวลานั้นกันทั้งสิ้น เป็นการเปลี่ยนผ่านเพื่อการเปลี่ยนแปลงไปสู่คนคนใหม่ คุณภาพใหม่ คุณค่าใหม่ ที่สร้างสรรค์ยิ่งขึ้นกว่าเดิม ยิ่งใหญ่กว่าเดิม ซึ่งบางครั้ง สำหรับบางคน อาจเรียกได้ว่าเป็นการ “เกิดใหม่” อีกครั้งหนึ่งได้เลยทีเดียว ซึ่งนี่ก็ต้องอาศัยเจตนารมณ์ที่ใหญ่ยิ่ง อาศัยความกล้าหาญอย่างยิ่ง อาศัยความมุ่งมั่น ความอดทนอย่างยิ่ง อาจต้องลืมอดีตให้หมดสิ้น ทิ้งความเชื่อเก่าๆ ทิ้งความเคยชินเก่าๆ ทิ้งอุปนิสัยเก่าๆ เพื่อการเปลี่ยนแปลงไปสู่คนใหม่ได้อย่างแท้จริง ยังไงผมก็ยังชอบคำกล่าวๆ หนึ่งที่ว่า “อยากมีชีวิตใหม่ ก็จงอย่าใช้ชีวิตแบบเดิม!” และคำกล่าวของอัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ ที่ว่า “การทำสิ่งเดิมซ้ำแล้วซ้ำเล่า โดยหวังว่าจะได้รับผลลัพธ์ที่แตกต่างไปจากเดิมนั้น นับว่าเป็นความวิกลจริตชนิดหนึ่ง!”