Story เตือนใจ ในการใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับผู้อื่น

post Image

»  Story เตือนใจ ในการใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับผู้อื่น
»  เพราะบ่อยครั้งที่ “การตีความ” ทั้ง “ของเรา” และ “ของเขา”
»  ก็ทำให้เรื่องเล็กเล็ก กลายเป็นเรื่องราวใหญ่โต ขึ้นมาได้

»  โดย มิรา ชัยมหาวงศ์

มีเรื่องเล่าที่ผู้เขียนอ่านมาจากหนังสือ True Love ของท่านติช นัท ฮันห์

ท่านเล่าถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นในประเทศเวียดนามในระหว่างสงคราม

...ซึ่งมีประชาชนจำนวนมากต้องไปออกรบ

สามีภรรยาคู่หนึ่งเพิ่งแต่งงานกันได้ไม่นาน

ทั้งสองจำเป็นต้องพลัดพรากจากกันในขณะที่ฝ่ายหญิงกำลังตั้งท้อง

เวลาผ่านไปนานหลายปี ฝ่ายหญิงให้กำเนิดบุตรชาย

เธออดทนเลี้ยงดูบุตรจนเติบโตขึ้น ด้วยใจที่เฝ้ารอคอยสามี

และหลายครั้งที่เกือบจะสิ้นหวัง

.

.

หลายปีผ่านไป...

วันหนึ่งสามีเดินทางกลับมาที่บ้าน

ภรรยาแทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง ทั้งสองต่างดีใจอย่างที่สุดที่ได้พบกันอีกครั้งหนึ่ง

ฝ่ายสามีเดินทางไปไกล ไม่เคยพบหน้าลูกชายของตนมาก่อน

เมื่อได้เห็นหน้าเด็กน้อยยืนจูงมืออยู่ข้าง ๆ ภรรยาของตนก็ปีติดีใจยิ่งนัก

ฝ่ายภรรยาเองก็ดีอกดีใจเป็นอย่างมากที่สามีอันเป็นที่รักกลับมาบ้านอย่างปลอดภัย

จึงรีบเข้าเมืองไปหาเครื่องเซ่นไหว้ และซื้อหาอาหารกลับมาเลี้ยงต้อนรับ

เมื่อเข้าไปในตลาดก็เล่าให้คนในหมู่บ้านฟังว่า สามีได้เดินทางกลับจากสงครามแล้ว

และชาวบ้านต่างร่วมยินดีกับนางเป็นอย่างยิ่ง

.

.

---------------------------------------------------------------------

.

.

ฝ่ายสามีก็เข้าไปพักผ่อนในบ้านกับลูกชาย

แต่เนื่องจากลูกชายเกิดมาในระหว่างที่พ่อออกไปทำสงคราม ไม่เคยพบหน้าพ่อแท้ ๆ ของตน

จึงไม่คุ้นเคย มีท่าทีไม่ไว้วางใจ

ผู้เป็นพ่อแสดงตนว่าเป็นพ่อ และพยายามเข้าไปกอดลูกชาย

แต่ลูกชายกลับปฏิเสธและตอบว่า...

“ท่านไม่ใช่พ่อของข้า พ่อของข้ามาหาแม่ของข้าทุกคืนหลังจากแม่สวดมนต์

เขาจะมายามที่แม่ข้าร้องไห้ ฟังแม่ของข้าพูด เมื่อแม่ของข้านั่งเขาก็จะนั่ง

เมื่อแม่ของข้านอน เขาก็จะนอน”

.

.

ผู้เป็นพ่อได้ยินดังนั้นก็โมโห รีบเร่งออกจากบ้าน

ภรรยากลับจากไปซื้อของพอดี สามีโกรธและด่าว่าภรรยาถึงเรื่องที่ลูกชายเล่าให้ฟัง

ภรรยาที่พยายามเตรียมดูแลปรนนิบัติสามีหลังกลับจากศึกสงคราม

เมื่อได้ยินคำด่าทอจากสามีก็เสียอกเสียใจ

เป็นอันว่าในวันนั้นแทนที่จะมีงานเลี้ยงฉลอง กลับกลายเป็นมีเรื่องราวทะเลาะกันใหญ่โต

จนชาวบ้านได้ยินเข้าก็เอาไปนินทา

.

.

---------------------------------------------------------------------

.

.

ภรรยาไม่ได้แก้ตัวอะไร ในขณะที่สามีเอาแต่เสียอกเสียใจ วัน ๆ ไม่ทำอะไรเอาแต่ดื่มเหล้า

กลายเป็นคนดื่มจัด เมามาย ไม่กลับบ้าน และด้วยความโกรธก็ไม่ได้ซักถามอะไรภรรยา

นานวันเข้า ภรรยาอดทนไม่ได้อีกต่อไป คิดว่า หากอยู่เช่นนี้เรื่อยไปก็ไม่มีประโยชน์อันใด

เธอจึงกระโดดน้ำตายที่แม่น้ำ

ฝ่ายสามีจึงกลับบ้านมาเลี้ยงดูลูก และจัดการงานศพให้ภรรยา

.

.

คืนหนึ่ง...ขณะที่พ่อลูกกำลังนั่งทานข้าวในท่ามกลางแสงเทียนสลัวอยู่ในบ้าน

ปรากฏเป็นเงาของคนอยู่บนกำแพง ลูกชายตะโกนและชี้ไปที่เงานั้นว่า “นั่นไง นั่นไง พ่อของข้า”

แท้จริงแล้ว ที่ลูกชายเห็นว่าเป็นพ่อคือเงาของแม่ที่สะท้อนบนกำแพง

ด้วยความคิดถึงสามี ภรรยาจะตื่นขึ้นมากลางดึก

จุดเทียนเพื่อสวดมนต์อวยพรให้สามีในตอนกลางคืน

แต่เพราะความทุกข์ทรมาน ทุกวันหลังสวดมนต์เธอจึงนั่งร้องไห้อยู่หน้าพระ จากนั้นจึงเข้านอน

สิ่งที่ลูกชายเห็นและคิดว่าเป็นพ่อ คือเงาที่สะท้อนบนกำแพง !?

เมื่อแม่นั่ง ภาพของเงาจึงเป็นคนนั่ง

เมื่อแม่นอน ภาพเงาสะท้อนจึงเป็นคนนอน

เมื่อสามีได้ยินเรื่องดังกล่าวจึงเศร้าโศกเสียใจเป็นอย่างยิ่ง

.

.

---------------------------------------------------------------------

.

.

ผู้เขียนได้ใช้เรื่องนี้เป็นคติเตือนตัวเองอยู่เสมอในการใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับผู้อื่น

จากในเรื่อง หากสามีได้มีโอกาสซักถามภรรยา หรือภรรยาเก็บความน้อยใจของตนเองไว้

แล้วหาโอกาสอธิบายให้สามีฟังถึงเรื่องจริงที่เกิดขึ้น

...คงไม่เกิดเรื่องราวน่าเศร้าเช่นนี้

บ่อยครั้งที่ “การตีความ” ทั้ง “ของเรา” และ “ของเขา”

ก็ทำให้เรื่องเล็ก ๆ กลายเป็นเรื่องราวใหญ่ ๆ ขึ้นมาได้

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง...กับคนใกล้ชิดซึ่งเป็นคนที่เราขาดสติได้บ่อยที่สุด

ถ้าใจของเราอยู่ในภาวะซัดส่าย การตีความของเราก็จะยิ่งทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

ภาวะอาการเหล่านี้เกิดขึ้นเนื่องมาจาก `ความรัก´ ทั้งสิ้น

ไม่ว่าจะเป็นความรักแบบสามี ภรรยา พ่อแม่ กับลูก พี่กับน้อง ครูกับศิษย์ เป็นต้น

.

.

---------------------------------------------------------------------

.

.

ท่านติช นัท ฮันห์ ยังให้แนวทางเกี่ยวกับ "พรหมวิหาร ๔"

...ซึ่งเป็นองค์ประกอบของความรักที่แท้เอาดังนี้

.

`เมตตา´ หมายถึง “ความสามารถ” ในการนำพาความสุขมาสู่บุคคลอันเป็นที่รัก

ซึ่งจะเป็นความรักแบบไหนก็ได้ และยังหมายรวมถึงความรักของมวลมนุษยชาติอีกด้วย

ความเมตตา ในอีกนัยยะหนึ่งก็คือ “ความเข้าใจ”

บ่อยครั้งที่เรารักใครสักคน ความรักของเรากลับทำร้ายเขา

ความรักของเราทำให้เขากลับรู้สึกอึดอัด ลำบากใจ

ความเข้าใจจะเกิดขึ้นได้ต้องฝึก “การมองอย่างลึกซึ้ง” หรือ Deep Looking

คือการมองเข้าไปให้เห็นถึงภายใน ให้เห็นและเข้าใจถึงความทุกข์ของอีกฝ่าย

โดยให้ความสำคัญกับ “การอยู่ตรงหน้า”

และให้ความสำคัญกับบุคคลที่อยู่ตรงหน้าของเราอย่างแท้จริง

.

.

`กรุณา´ หมายถึง ความสามารถในการทำให้บุคคลที่เรารักพ้นทุกข์

โดยการจะช่วยคนที่เรารักให้พ้นทุกข์นั้น เชื่อมโยงกับการฝึกสายตาแห่งการมองอย่างลึกซึ้ง

ให้ถึงแก่นถึงหัวใจ ทำความเข้าใจธรรมชาติของความทุกข์ทรมานที่เขากำลังเผชิญอยู่

เพื่อค้นหาวิธีการพาคนที่เรารักก้าวล่วงพ้นจากความทุกข์

การฟังอย่างลึกซึ้ง หรือ Deep Listening คือ การฟังเสียงของความคิดความรู้สึก

...และให้ลึกไปถึงเจตนาของผู้พูด

ซึ่งการฟังอย่างลึกซึ้งนี้เองก็เป็นอีกวิธีการหนึ่งที่สามารถพาให้คนก้าวล่วงจากทุกข์ได้

.

.

การหล่อเลี้ยงดูแลความสุขซึ่งกันและกัน หรือ `มุทิตา´

ก็เป็นเรื่องง่าย ๆ ที่สำคัญสำหรับการอยู่ร่วมกัน

ในความสัมพันธ์ต่างฝ่ายต่างควรเติมเต็มความชื่นบานซึ่งกันและกัน

การมอบความรักที่แท้ให้แก่กันนั้น นอกจากผู้รับมีความสุขแล้ว

ผู้ให้ความรักก็ควรจะได้รับความสุขจากการให้ด้วยเช่นกัน

.

.

สุดท้ายคือ `อุเบกขา´ ซึ่งในที่นี้หมายถึง "อิสรภาพ"

ความรักที่แท้ย่อมให้อิสรภาพแก่ใจทั้งของผู้ให้และผู้รับ

ผู้รับก็ไม่อึดอัดจากความคาดหวัง และผู้ให้ความรักก็เป็นอิสระไม่ยึดถือ เป็นเจ้าเข้าเจ้าของมากเกินไป

ในอุเบกขานี้ อีกนัยหนึ่งคือ “พื้นที่” หรือ Space ในความสัมพันธ์ที่สมดุลนั้น

ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบใดก็ตาม “พื้นที่” ถือเป็นศิลปะเฉพาะของแต่ละความสัมพันธ์

เป็นความรักที่ดำรงไว้ซึ่งอิสรภาพ

รักเขาอย่างที่เขาเป็นเขาได้โดยปราศจากเงื่อนไข หรือมีเงื่อนไขให้น้อยที่สุด

.

.

---------------------------------------------------------------------

.

.

ในทุกความสัมพันธ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับคนใกล้ตัวนั้น

แม้จะมีความรู้หรือจดจำข้อธรรมต่าง ๆ ได้มากมาย แต่สิ่งที่จำเป็นมากที่สุด คือ “สติ”

บ่อยครั้งที่ความหวังดีอันเกิดขึ้นมาจากความรักของเรา ได้สร้างความอึดอัดให้กับผู้คนรอบข้าง

และบ่อยครั้งที่เรามักคิดที่จะเปลี่ยนแปลงคนอื่นให้เขาเป็นได้ดังใจ

ถ้าเขาเป็นไม่ได้อย่างนั้นเราก็จะฟาดหัวฟาดหาง ด้วยอาการต่าง ๆ นานา

และพาลคิด (เอาเอง) ว่าเขาทำให้เราผิดหวัง

อันที่จริงความรักนั้นเป็นสิ่งสวยงาม

หากแต่ความรักที่แท้นั้นต้องประกอบด้วยปัญญาอันเป็นความเข้าใจในธรรมชาติของมนุษย์

และสติรู้เท่าทันตนเอง

...สองสิ่งนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นของหนทางสู่ความรักที่แท้

.

.

---------------------------------------------------------------------

.

.

Credit บทความ : มิรา ชัยมหาวงศ์

เครือข่ายจิตตปัญญาศึกษา

คอลัมน์ ณ พรมแดนแห่งความรู้  | โพสต์ทูเดย์ - ฉบับวันที่ ๕ กรกฎาคม ๒๕๕๒

.

Credit ภาพประกอบ :

http://www.heysigmund.com/wp-content/uploads/When-Divorce-or-Separation-Gets-Ugly.jpg

.

#Life101Page #TrueLove #LovingKindness #Compassion #SympatheticJoy #Neutrality