มาทำความรู้จักกับ DoubleClick for Publishers บริการ Ad Server ฟรี จาก Google

post Image

DFP คืออะไร

DoubleClick for Publishers (DFP) หรือเดิมคือ DoubleClick เป็นบริษัทที่ให้บริการเกี่ยวกับโฆษณา โดย DoubleClick จะทำหน้าที่เป็นเหมือนตัวกลางระหว่าง “ผู้มีพื้นที่โฆษณาหรือเจ้าของเว็บไซต์” กับ “ผู้ที่ต้องการลงโฆษณา” โดย DoubleClick จะเป็นเหมือนนายหน้าจัดการโฆษณาให้กับ 2 กลุ่มนี้ ยกตัวอย่างเหมือนกับว่า เรามีห้องพักอยู่ 100 ห้องและเปิดให้มีการเช่า แน่นอนครับว่ามีผู้เช่าไม่ครบทั้ง 100 ห้องแน่ๆ ดังนั้น DoubleClick จึงมาช่วยเติมในส่วนของห้องที่ยังว่างอยู่ โดยไม่กระทบกับห้องที่ให้เช้าอยู่เดิมและเมื่อขายห้องได้ก็จะได้ค่าคอมคอมมิสชั่นไป ซึ่งแน่นอนครับว่ามัน Win-Win ทั้งคู่ และต่อมา DoubleClick ก็ถูกซื้อไปโดยเจ้าพ่อ Serach Engine ยักษ์ใหญ่อย่าง Google และเปลี่ยนชื่อเป็น DoubleClick for Publishers by Google อย่างที่เรารู้จักกันในปัจจุบัน

Google AdSense ต่างกับ DFP อย่างไร

หลายๆ คนคงจะสงสัยเกี่ยวกับข้อแตกต่างระหว่าง Google AdSense และ DFP ซึ่งมันไม่แปลกครับ ผมเองช่วงแรกๆ ก็ยังงงๆ เพราะมันเป็นระบบ Ad ของ Google เหมือนกัน และมีโฆษณาของ Google มาลงและได้เงินเหมือนกัน แต่อันที่จริงแล้วมันแตกต่างกันครับ

google-adsens

Google AdSense เป็นบริการโฆษณาของ Google ที่เจ้าของเว็บไซต์จะนำ Script ของ Google AdSense ไปแปะไว้ ณ ตำแหน่งที่ยังไม่มีผู้ลงโฆษณามาซื้อ และเมื่อมีคนเข้ามา Click หรือมองเห็นก็จะได้เงินไป แต่เมื่อมีผู้ลงโฆษณาสนใจตำแหน่งดังกล่าว เจ้าของเว็บไซต์ก็จะนำ Script ของ Google AdSense ออกและเปลี่ยนเป็นแบนเนอร์ของผู้ลงโฆษณาแทน สำหรับขั้นตอนดังกล่าว ในอดีตนั้นเราจะใช้ระบบ Ad Server อย่าง OpenX มาช่วยในการตั้งเวลาเปิด-ปิดให้ แต่นั้นแหละปัญหาที่เกิดขึ้น คือ Server ทำงานหนักมากครับ

DoubleClick by Google

DoubleClick for Publishers (DFP) เป็นบริการโฆษณาของ Google เช่นกัน และมีการนำ Script ไปแปะไว้ในบนเว็บไซต์เช่นกัน แต่ DFP นั้นไม่เพียงแค่นำโฆษณาของทาง Google มาแสดงอย่างเดียว แต่มันทำหน้าที่เป็น Ad Server ด้วย คือ เจ้าของเว็บสามารถบริหารโฆษณาผ่านจากระบบ DFP ได้เลย และแน่นอนมันมีบริการ Google AdSense เข้าให้ด้วย โดยเมื่อโฆษณาที่ทางผู้ลงโฆษณาหมดเวลาไป โฆษณาจาก Google หรือ Google AdSense จะมาแสดงแทนในทันที ทำให้ทุกๆ ตำแหน่งโฆษณาเกิดรายได้

DFP เหมาะกับใคร

DFP เหมาะกับผู้ที่มีเว็บไซต์, เจ้าของเว็บไซต์, Blogger และผู้ที่ต้องการเครื่องมือดีๆ ในการจัดการเรื่อง Ad เพราะนอกจากมันจะฟรี ไม่ยุ่งยากในการดูแลแล้ว มันยังมีฟีเจอร์เจ๋งๆ มากมาย อาทิเช่น ระบบ Report ที่เรียกได้ว่าละเอียดโครต อีกทั้งยังมี Google AdSense พ้วงมาให้ในตัว ดังนั้น มันจึงถือเป็นระบบจัดการ Ad ที่ยอกเยี่ยมและตอบโจทย์แก่ผู้ใช้มากๆ

ข้อดีและข้อเสียของการใช้ DFP

แน่นอนครับว่าทุกสิ่งบนโลกย่อมมีทั้งข้อดีและข้อเสีย เปรียบเสมือนเหรียญที่มี 2 ด้านเสมอ แต่ก็นั้นแหละเรามาดูกันสักหน่อยว่าข้อเสียต่างๆ ที่ได้พูดถึงนั้นเรายอมรับมันได้มากน้อยเพียงใด เพื่อจะได้เป็นส่วนหนึ่งในการตัดสินใจสำหรับการใช้บริการตัวนี้ครับ

ข้อดี

  1. หลักๆ ก็คือ ลดภาระเรื่องค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับ Server เพราะ Ad Server นั้นต้องใช้ทรัพยากรที่สูงมาก ซึ่งมันอาจจะสูงกว่า Server หลักของเราเสียอีก

  2. ข้อนี้เห็นจะไม่พูดไม่ได้ นั้นก็คือมันฟรีครับ ฮาๆ ประหยัดตังค์เรื่อง Server ไปได้เยอะ

  3. ไม่ต้องดูแลระบบอะไรมาก เนื่องจากมีทีมงานของ Google เป็นผู้ดูแลให้

  4. มีการพัฒนาอยู่ตลอดเพื่อให้ตอบรับกับยุคสมัยที่เปลี่ยนไปทางด้านการลงโฆษณา

  5. มีคู่มือการใช้งานละเอียด ถ้านั่งอ่านหมดก็จะพอทำความเข้าใจได้

  6. มีระบบ Report ที่โครตละเอียด

ข้อเสีย

  1. ต้องยอมรับเลยว่าหากไม่มีความรู้เรื่อง Ad มาก่อน จะงงเอามากๆ

  2. Account ของ Google เท่านั้น ถึงจะมีสิทธิ์ใช้งาน

  3. ระบบมีให้ใช้งานมากเกินไป จึงทำให้รู้สึกว่ามันใช้งานยาก

  4. คุ่มือบางส่วนยังล้าหลังอยู่ เพราะ DFP มีการอัพเดทอยู่เสมอ ดังนั้น หน้าตามันอาจจะเปลี่ยนไปจากรูปตัวอย่างที่มีให้

สำหรับข้อเสียที่ได้กล่าวมานั้น ก็ไม่ถือว่าเสียซะจนรับไม่ได้เพราะ อันที่จริงแล้วทางเว็บไซต์เองก็มีสอนวิธีการใช้งาน DFP อยู่ เพราะผมเองก็ใช้งานแล้ว มีเทคนิคหรือเจอเคสอะไรแปลกๆ ก้จะนำมาเขียนให้เพื่อนๆ ได้อ่านกัน

ต้องเตรียมอะไรบ้างเพื่อใช้บริการ DFP

  1. ต้องมีเว็บไซต์เป็นของตัวเอง

  2. ต้องมี Account ของ Google (ก็แน่นอนล่ะซิมันเป็นบริการของ Google นิ)

  3. ต้องมี Account ของ Google AdSense เพราะตำแหน่ง Ad ที่ไม่มีผู้ลงโฆษณาจะมี Google AdSense ไปแสดงแทน หากไม่มีสมัครได้ที่ https://www.google.com/adsense/signup

สำหรับเพื่อนๆ ที่มีครบทั้ง 3 ข้อแล้วก็ทำการสมัครใช้งานได้เลยที่ http://www.google.com/dfp หลังจากนั้น ก็เริ่มสร้าง Ad ได้เลย สำหรับขั้นตอนการใช้งานต่างๆ สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ใน https://support.google.com/dfp_sb หรือจากเว็บไซต์ DanaiDesign แห่งนี้ครับ ซึ่งผมจะมีบทความเกี่ยวกับวิธีการใช้ รวมไปเทคเทคนิคต่างๆ ของ DFP ด้วย

สรุปคือ DoubleClick เป็นบริการเกี่ยวกับโฆษณาที่เปรียบเสมือนเป็นตัวกลางระหว่าง “เจ้าของพื้นทีโฆษณา” และ “ผู้ต้องการลงโฆษณา” ต่อมา Google ก็ได้ทำการซื้อไปและเปลี่ยนชื่อใหม่เป็น DoubleClick for Publishers (DFP) สำหรับ DFP นั้นเหมาะกับผู้ที่มีเว็บไซต์, เจ้าของเว็บไซต์, Blogger สำหรับข้อแตกต่างระหว่าง DFP และ Google AdSense นั้นคือ DFP สามารถจัดการโฆษณาได้ด้วยตัวเอง แต่ Google AdSense นั้นเป็นการนำโฆษณาจากผู้ซื้อที่ผ่านจาก Google มาแสดงอย่างเดียว

ที่มา : danaidesign.com