หัวข้อที่ต้องเรียนรู้เพื่อเป็น Web Development

คำแนะนำ

  • เป็นข้อมูลเบื้องต้นสำหรับผู้ที่สนใจวงการ Web development
  • นี่เป็นเพียงข้อมูลความคิดเห็นส่วนหนึ่งเท่านั้น ควรดูเพิ่มเติมจากแหล่งข้อมูลอื่นๆ
     

เครื่องมือและโปรแกรมที่ใช้

  • Text Editor => VSCodeAtomSublime Text (ใช้เขียนโปรแกรม)
  • Browser => Chrome, Firefox (ใช้แสดงผลและ Debug)
  • Design Tools => Photoshop, GIMP, Sketch (ใช้สำหรับออกแบบหน้าตาเว็บ)
  • Deployment Tools => FTP client, SSH Tool (สำหรับอัพโหลดเว็บขึ้น server)
  • Cloud Storage => Dropbox, Google Drive (พื้นที่เก็บข้อมูลฟรี)

     

หัวข้อที่ต้องเรียนรู้
 

HTML/CSS

  • เป็นภาษาพื้นฐาน ใช้ในการพัฒนาเว็บไซต์
  • ใช้สำหรับสร้างหน้าตาเว็บไซต์
  • เรียนรู้ง่ายเหมาะกับคนเริ่มต้น
  • เรียนรู้พื้นฐานของโครงสร้างเว็บ เน้นไปที่ Flex และ Grid
  • ส่วนสำคัญคือ Layout แบบ Responsive เพื่อแสดงผลให้เหมาะกับมือถือ
     

พื้นฐาน Javascript

  • Basic Javascript (แบบไม่ใช้ Framwork)
  • Data type, Function, Conditions, Loops, Operators และอื่นๆ
  • DOM manipulation & event (แบบไม่ใช่ jQuery)
  • Ajax, Fetch API , JSON
  • ES2015+ (Arrow Function, Promises, Template string)
     

พื้นฐานการ Deploy Website

  • Shared hosting
  • การใช้ cPanel
  • การอัพโหลดเว็บด้วย FTP
  • การจด Domain และ DNS/Name servers
     

Web Designer / พื้นฐาน Front End Developer

  • ออกแบบ UI&UX
  • การตัด PSD/AI เป็น HTML/CSS
  • สร้าง Dynamic UI ด้วย Javascript
     

พื้นฐานระดับกลาง

  • ศึกษา Framework ของ HTML/CSS => Bootstrap, Zurb, Materialize …
  • ศึกษา Framework ของ Javascript => React, Angular, VueJS, Laravel …
  • ศึกษา ภาษาและโทคโนโลยีฝั่ง Server => Node.js, Python, Ruby, PHP …
  • ศึกษา Database => MongoDB, MySQL, …
     

HTML / CSS Frameworks

  • Twitter Bootstrap 4 => ได้รับความนิยมที่สุด
  • Materialize => มี UI/UX พื้นฐานมาให้ออกแนว minimal
  • Bulma => Syntax ง่าย
  • Zurb Foundation => คล้ายๆ Bootstrap
  • Skeleton => มีขนาดเล็กมาก ให้มาแค่ตัวตั้งต้น
     

JS Frameworks

  • React => เร็ว, นิยมในกลุ่ม Startup
  • Angular => ครอบคลุมการใช้งาน, ใช้ในองค์กรใหญ่
  • Vue.js => เร็ว, เบา, ง่าย
  • Aurelia => เบา, Syntax คล้าย Javascript ธรรมดา
     

Side Technologies ที่ควรรู้

  • GIT => Version control
  • Basic command line => ช่วยให้ทำงานได้ไวขึ้น
  • APIS / REST => เรียรู้การทำงานของ REST API
  • HTTP / SSL =>
  • CSS Pre-Processor => Sass หรือ Less
  • Webpack & Babel => Module loader และ JS compiler
     

Server Side Technologies ที่ควรรู้

  • Node.js => เร็ว, รองรับการขยาย, ทรงพลัง
  • Python => ได้รับความนิยม, พัฒนาไว
  • PHP => ใช้งานได้ง่าย
  • Ruby => เหมาะกับการพัฒนาในเวลาจำกัด
  • C#, ASP.NET => ทรงพลัง
     

Database

  • MongoDB => NoSQL, Non-Relational ใช้กับ Node.js
  • MySQL => เป็น Relational database ที่นิยม
  • PostgreSQL => คล้ายๆ MySQL แต่ยากกว่า
  • SQL Server => เป็น SQL ของ Microsoft
  • Oracle => ใช้มากในองค์กรขนาดใหญ่
  • Firebase => เป็น Clound database
     

Sever Side Frameworks

  • Javascript => Express, Hapi.js, Adonis, Loopback, Swagger
  • Python => Django, Flask, Web2py, Pylons
  • PHP => Laravel, Symfony, CodeIgniter, Yii2
  • Ruby => Ruby on Rails, Sinatra, Nitro
  • C# => .NET
     

Content Management System

  • Wordpress, Drupal, Joomla => PHP
  • ดีสำหรับ Client
  • มีปลั๊กอินให้ใช้เยอะ
  • พัฒนางานได้เร็ว
     

Dev Ops & Deploying Applications

  • Dedicated Server / VPS
  • Clound Hosting => Digital Ocean, Heroku, Amazon Web Services
  • Cloud Storage => Amazon S3
  • การใช้ SSH & Command line
  • การดูแลและอัพเดท Server
     

Mobile Application

  • React Native
  • NativeScript
  • Ionic
  • PhoneGap / Cordova
  • Xamarin
     

Full Stack Developer

  • สร้าง Web app ที่ซับซ้อนได้
  • สร้าง REST APIs ได้
  • Deploy & maintain app ได้
  • มีสกิล Administer database

สรุป — นี่ก็จะเป็นภาพรวมหัวข้อคร่าวๆ ที่เราได้ต้องเลือกเรียนรู้กันเพื่อเตรียมตัวเป็น Web developer 

ที่มา https://medium.com




Comments

ขายบ้านรายได้ดี ทำงานที่ไหนก็ได้ รับเพียง 10 ท่านเท่านั้น | ระเบียงขาว

สายช้อปปิ้ง แหล่งช้อปปิ้งสำหรับสายช้อป