16 ข้อเท็จจริงที่จะทำให้เราเข้มแข็งขึ้น

.
1. ชีวิตไม่ได้ง่ายไปเสียหมดทุกเรื่อง
.
เป็นธรรมชาติของชีวิตที่คน ๆ หนึ่งจะต้องพบเจอกับทั้งเรื่องที่ยากและเรื่องที่ง่ายปะปนกันไป มันเป็นไปไม่ได้เลยที่คน ๆ หนึ่งจะพบแต่เรื่องดี ๆ หรือเรื่องแย่ ๆ ทั้ง 100% ดังนั้นหากเราต้องเจอกับเรื่องแย่ ๆ บ้างในชีวิต ก็จงอย่าไปคิดมากกับมัน เพราะมันเป็นความจริงข้อหนึ่งของชีวิตเรานั่นเอง
.
2. บางครั้งคุณอาจต้องเจอกับความล้มเหลว
.
ข้อนี้ถือว่าเป็นบทเรียนที่สำคัญข้อหนึ่งสำหรับชีวิตเรา ไม่ว่าเราจะเก่งแค่ไหนหรือประสบความสำเร็จมาแล้วกี่ครั้ง แต่ไม่วันใดก็วันหนึ่ง เราจะต้องพบเจอกับความล้มเหลวเข้าบ้างอย่างแน่นอน ดังนั้นอย่ายึดติดกับความเก่งกาจหรือความสำเร็จ แต่จงยินดีเมื่อพบกับความผิดพลาด แล้วเรียนรู้จากมันให้มากที่สุด
.
3. มีเรื่องอีกมากมายที่เรายังไม่รู้
.
หากเรายอมรับความจริงข้อนี้ได้ มันจะเป็นสิ่งที่ทำให้เราเติบโต และเก่งขึ้น เมื่อเรายอมรับว่ายังมีเรื่องราวอีกมากมายที่ยังไม่รู้ นั่นก็หมายความว่าเราเริ่มเปิดใจที่จะเรียนรู้เรื่องใหม่ ๆ แล้ว แต่หากคิดว่าเรารู้หมดแล้วทุกเรื่อง มันก็เหมือนการปิดหูปิดตาไม่รับรู้สิ่งใหม่ ๆ ให้กับชีวิตอีกเลย
.
4. มันอาจไม่มีวันพรุ่งนี้อีกแล้วก็ได้
.
จงมีสติในการใช้ชีวิต แล้วทำวันนี้ให้ดีที่สุด ที่สำคัญ อย่าผัดวันประกันพรุ่ง หากมองในแง่ของโอกาส หากเราไม่รีบคว้ามันเสียแต่วันนี้ วันพรุ่งนี้อาจมีคนคว้ามันไปก่อนเราแล้วก็ได้ หรือหากมองในแง่ของชีวิต อยากทำอะไรก็จงทำเสียแต่วันนี้ เพราะมันอาจไม่มีวันพรุ่งนี้สำหรับเรา หรือสิ่งที่เราอยากทำก็ตาม
.
5. มีหลายสิ่งหลายอย่างที่เราควบคุมไม่ได้
.
ความทุกข์ส่วนใหญ่ของคน มักเกิดจากการที่เราพยายามควบคุมในสิ่งที่เราควบคุมไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นการพยายามควบคุมการกระทำหรือความคิดของคนอื่น ซึ่งท้ายที่สุดแล้ว เราก็ไม่สามารถทำได้ และจะทำให้เราเกิดความทุกข์ ทางที่ดีก็คือ พยายามแยกเรื่องที่เราสามารถควบคุมได้ ออกจากเรื่องที่เราไม่สามารถควบคุมได้ จากนั้นก็ปล่อยวางเรื่องที่เราควบคุมไม่ได้เหล่านั้นเสีย แล้วเราจะพบว่า เราจะมีเรื่องทุกข์ใจลดน้อยลงกว่าเดิม
.
6. ข้อมูลที่เรารับมาอาจไม่ใช่ความจริงเสมอไป
.
ข้อมูลต่าง ๆ มีอยู่มากมายบนโลกใบนี้ ประเด็นสำคัญก็คือ เมื่อเรารับรู้ข้อมูลเหล่านั้นมาแล้ว เรามีกระบวนการในการคิดและวิเคราะห์ข้อมูลเหล่านั้นมากน้อยเพียงใด เพราะหากเราไม่สามารถแยกแยะได้ สิ่งที่เรารู้ก็อาจไม่ใช่ความจริง และไม่สามารถนำมันไปใช้ประโยชน์ใด ๆ ได้เลย
.
7. เราไม่มีทางประสบความสำเร็จ หากสิ่งที่เราทำไม่ได้ให้คุณค่าแก่ผู้อื่นเลย
.
เราคงเคยได้ยินมาบ้างว่า หากอยากประสบความสำเร็จ ให้ทำในสิ่งที่ผู้อื่นต้องการ ไม่ใช่ทำในสิ่งที่เราอยากทำ หากสิ่งที่เราทำเป็นสิ่งที่แก้ปัญหาให้ผู้อื่นได้ หรือเป็นสิ่งที่ผู้อื่นต้องการ นั่นก็คือสิ่งนั้นได้ให้คุณค่าอะไรบางอย่างกับผู้อื่น และสุดท้ายแล้วผู้คนก็จะยินดีจ่ายให้กับสิ่งที่มอบคุณค่าให้กับพวกเขา
.
8. จะมีคนที่มีอะไรบางอย่างมากกว่าเราเสมอ
.
เราจะไม่มีทางมีความสุขได้เลยหากเราเอาแต่เปรียบเทียบตัวเองกับผู้อื่น นั่นก็เพราะมันจะมีบางคนที่มีของบางอย่างมากกว่าเราเสมอ และเมื่อเป็นแบบนั้นเราก็จะรู้สึกทุกข์ ทางที่ดีก็คือ เราควรรู้สึกพอใจกับสิ่งที่ตัวเองมีอยู่ อย่าเอาตัวเองไปเทียบกับใคร เพราะไม่ว่าอย่างไร คุณก็ไม่มีทางมีทุกอย่างมากที่สุดในโลกอยู่ดี
.
9. เราไม่สามารถเปลี่ยนแปลงอดีตได้
.
ไม่ว่าอดีตของเราจะดีหรือแย่สักแค่ไหน เราก็ไม่มีทางที่จะกลับไปเปลี่ยนแปลงสิ่งที่ผ่านมาแล้วในอดีตได้ ยอมรับสิ่งที่เกิดขึ้นมาแล้วในอดีต และเรียนรู้จากสิ่งเหล่านั้น เพื่อจะได้สามารถทำสิ่งดี ๆ ให้เกิดขึ้นอีก และป้องกันไม่ให้สิ่งแย่ ๆ เกิดซ้ำ
.
10. คนเดียวในโลกที่จะทำให้เรามีความสุขได้ ก็คือตัวเราเอง
.
ความสุขที่แท้จริงเกิดจากภายในจิตใจของเราเอง ไม่ว่าเราจะมีสิ่งดี ๆ รายล้อมรอบตัวเรามากมายสักแค่ไหน หากจิตใจยังคงเศร้าหมอง เราก็จะไม่มีความสุข แต่หากเรามีความสุขมาจากภายในจิตใจแล้วล่ะก็ เราไม่จำเป็นต้องมีหรือเป็นอย่างคนอื่นเขา เราก็ยังมองหาความสุขให้กับชีวิตได้
.
11. จะต้องมีใครสักคนที่ไม่ชอบเรา
.
ไม่ว่าเราจะเป็นคนดีสักแค่ไหน มันก็จะต้องมีใครสักคนที่ไม่ชอบเราอยู่ดี ดังนั้นอย่าพยายามทำเพื่อให้ทุกคนบนโลกชอบเรา เพราะมันจะเป็นความพยายามที่สูญเปล่า แต่จงทำความดี และเป็นคนดีในแบบของคุณ เพียงเท่านั้นก็พอแล้ว
.
12. เราไม่มีทางได้ทุกสิ่งที่เราต้องการ
.
คนเราทุกคนต่างก็มีสิ่งที่ตัวเองต้องการ แต่เราก็ไม่มีทางได้ในทุกสิ่งที่เราต้องการ เพราะบางเรื่องมันก็อยู่เหนือความควบคุมของเรา แต่ถึงกระนั้น การตั้งเป้าหมายและการใส่ความพยายามอย่างเต็มที่กับเรื่องนั้น ๆ ก็เป็นเรื่องที่ดีและช่วยเพิ่มโอกาสในการไปถึงเป้าหมายที่เราต้องการได้ด้วย
.
13. เราจะได้ในสิ่งที่เราใส่ความพยายามลงไป
.
การตั้งเป้าหมายแล้วลงมือทำ นั้นแตกต่างกับ การฝันกลางวันแล้วนอนรอให้ฝันนั้นเป็นจริง ไม่ว่าอยากได้อะไร เราต้องลงมือทำก่อนเสมอ ถึงจะมีโอกาสที่จะได้ในสิ่งนั้น ๆ เมื่อเราลงมือทำสิ่งใด เราก็มีโอกาสที่จะได้หรือไม่ได้ในสิ่งนั้น แต่หากเรานอนอยู่เฉย ๆ เราก็จะไม่มีทางได้สิ่งนั้นเลย
.
14. เพื่อนบางคนแค่ผ่านเข้ามาแล้วก็ผ่านไป
.
ในชีวิต เราก็จะเจอเพื่อนในหลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนแท้ หรือเพื่อนทั่ว ๆ ไป และเมื่อเวลาผ่านไปต่างคนก็ต่างต้องแยกย้ายกันไปเพื่อทำตามความฝันของแต่ละคน เพื่อนทั่ว ๆ ไปก็มักจะห่างหายกันไป จะมีก็แต่เพื่อนแท้ที่แม้จะจากกันนานสักเพียงใด เมื่อกลับมาเจอกันก็ยังแสดงถึงความเป็นเพื่อนให้แก่กันเหมือนเคย
.
15. การทำแต่เรื่องเดิม ๆ ซ้ำ ๆ ทุกวัน จะทำให้เราหยุดพัฒนา
.
การทำเรื่องเดิม ๆ ซ้ำ ๆ ทุกวัน อาจทำให้เราทำเรื่องนั้นได้คล่องมากขึ้น แต่หากเราทำมาตลอด 10 ปี เราก็จะไม่ได้เรียนรู้ หรือพัฒนาทักษะใหม่ ๆ ให้กับตัวเองเลย ดังนั้นเราควรลองเพิ่มทักษะด้วยการลองทำสิ่งใหม่ ๆ เพื่อเพิ่มคุณค่าให้กับตัวเราเอง
.
16. เราไม่มีทางพร้อม 100% ในการเริ่มทำสิ่งใหม่ ๆ
.
เป็นเรื่องยากมากที่เราจะมีความพร้อม 100% ที่จะเริ่มทำในเรื่องใหม่ ๆ เพราะหากต้องพร้อมทั้ง 100% แล้วจึงจะเริ่มทำสิ่งนั้น มันก็มีความเป็นไปได้สูงที่เราจะไม่มีโอกาสได้ทำสิ่งนั้นเลย หรือเมื่อถึงตอนนั้น มันอาจจะสายเกินไปแล้วก็ได้ ดังนั้นหากอยากลองทำสิ่งใหม่ ๆ ก็ควรลงมือทำไปก่อน แล้วในระหว่างนั้นจึงค่อย ๆ เรียนรู้และปรับปรุงวิธีการให้ดีขึ้นเรื่อย ๆ
.
/////////////////////////////////////
.
*ข้อมูลจากส่วนหนึ่งของหนังสือ 1000+ Little things Happy Successful People Do Differently
**ขอบคุณ Page Lesson One ที่ช่วยกรุณาสรุปจาก Nopadol's Story Podcast Episode นี้ด้วยครับ




Comments

ขายบ้านรายได้ดี ทำงานที่ไหนก็ได้ รับเพียง 10 ท่านเท่านั้น | ระเบียงขาว

สายช้อปปิ้ง แหล่งช้อปปิ้งสำหรับสายช้อป