บริการ VPS คืออะไร

ในบทความนี้จะมานำเสนอเรื่องของ พื้นที่ที่จะใช้เก็บเว็บไซต์ หรือที่เรียกกันว่า บ้านของเว็บไซต์ นั้นที่แท้จริงแล้ว มันมีกี่รูปแบบ กันแน่ เชื่อว่าหลายๆ คนที่อยู่ในวงการไอที หรือ คลุกเคล้าในวงการนี้คงจะรู้จักคำว่า “VPS” กันมาบ้าง อย่างน้อยก็ต้องเคยผ่านหูผ่านตากันมาบ้างละ แต่อาจจะยังไม่รู้แบบแน่แท้ว่าที่จริงแล้วบริการ VPS คืออะไร กันแน่ คนที่เคยได้ยิน ได้เคยเห็น อย่างเช่น ฝ่ายไอที ผู้ดูแลเว็บไซต์ หรือแม้แต่ ผู้ประกอบการที่กำลังหาข้อมูลมาเพื่อจะเปิดเว็บไซต์สักเว็บนึง คงจะต้องคุ้นหูกับคำ 4 คำต่อไปนี้อย่างแน่นอน ไม่ว่าจะเป็น

  1. เว็บโฮสติ้ง (Web Hosting)
  2. เดดิเคทเซิร์ฟเวอร์ (Dedicated Server)
  3. โคโลเคชั่น (Co-Location)
  4. วีพีเอส (VPS – Virtual Private Server)

แน่นอนเป็นที่รู้กันอยู่แล้วว่า หากคุณต้องการแค่เฉพาะเช่าพื้นที่เซิร์ฟเวอร์มาเพื่อเปิดเว็บไซต์เว็บนึงละก็จะต้องเลือก เว็บโฮสติ้ง ข้อแรก เป็นแน่แท้ เพราะมีระบบบริหารจัดการหลังบ้าน (Back Office) ที่ค่อนข้างสะดวกมาก เพราะปัจจุบันนี้พัฒนาไปไกลแล้ว แล้วบริการอีก 

VPS คืออะไร ?

สำหรับบริการ VPS เป็นบริการ ที่ย่อมาจากคำว่า Virtual Private Server มันเป็นอีกทางเลือก หนึ่งบริการเช่าเซิร์ฟเวอร์ ที่เพิ่งเข้ามามีบทบาท มากยิ่งขึ้น ในยุคหลังปี ค.ศ.2010 ที่ผ่านมา โดยลักษณะรูปแบบการเช่าเซิร์ฟเวอร์นั้นจะเหมือนกับการเช่า เดดิเคทเซิร์ฟเวอร์ ที่ได้กล่าวมาด้านบน แต่ว่า บริการ VPS นั้นจะมีความยืดหยุ่น และ หลากหลายกว่า บริการอื่นๆ ทั้ง 3 บริการ ที่ได้กล่าวมาอยู่ข้างต้น พอสมควรเลยทีเดียว

หากแปลกันตรงๆ Virtual Private Server หรือตัวย่อ VPS นั้นเป็น การสร้างเซิร์ฟเวอร์ส่วนตัวจำลอง หรือ เซิร์ฟเวอร์ส่วนตัวเสมือน (แล้วแต่จะเรียก) ขึ้นมาด้วยซอฟต์แวร์ที่ถูกออกแบบและพัฒนามาเพื่อการนี้โดยเฉพาะ

ขอยกตัวอย่างชื่อ XenServer หรือ VMWare อะไรแบบนี้เป็นต้น ซึ่งมันเป็นซอฟต์แวร์ที่ใช้สำหรับการบริหารจัดการ VPS ของมันโดยเฉพาะ ซึ่งซอฟต์แวร์เหล่านี้ จะต้องติดตั้งเป็นอันดับแรกก่อนที่จะสร้างเครื่องจำลองขึ้นมา (Virtual Server) ถ้าถามว่าจำลองอย่างไร จำลองยังไง ลองดูเลย

DELL PowerEdge R310
ทางผู้ให้บริการ VPS เขาจะลงทุนซื้อเครื่องเซิร์ฟเวอร์ ที่มีประสิทธิภาพสูง อาจจะเครื่องเดียว หรือ หลายๆ เครื่องก็ได้ ขึ้นอยู่กับเงินทุนของผู้ให้บริการ VPS ซึ่งเป็นเครื่องเซิร์ฟเวอร์ที่กล่าวมานี้ จะเป็นสามารถจับต้องได้จริงๆ (Physical Server) ยกตัวอย่างว่า มีสเปคดังต่อไปนี้ (ขออนุญาตระบุแบบคร่าวๆ ไม่ได้ลงรายละเอียดสเปคเจาะลึกมาก)

  • CPU (หน่วยประมวลผลกลาง) : 12 Cores
  • RAM (หน่วยความจำหลัก) : 64 GB.
  • Harddisk (พื้นที่จัดเก็บข้อมูล : 2TB (หรือ 2,048 GB)

คุณสามารถที่จะนำเอาสเปคเต็มๆ ที่มีมากับเครื่องเซิร์ฟเวอร์ เหล่านี้มาแตกย่อย ให้กลายเป็น เครื่องเซิร์ฟเวอร์จำลอง เล็กๆ ที่มีสเปคน้อยลง ได้หลายเครื่องเลย อาทิเช่น

เครื่อง VPS / สเปค CPU (Core) RAM (GB.) Hard Disk (GB.)
1. (เครื่อง 1) 1 4 100
2. (เครื่อง 2) 1 16 200
3. (เครื่อง 3) 4 8 500
4. (เครื่อง 4) 2 8 500
5. (เครื่อง 5) 4 16 500

ทั้งหมดนี้จะเห็นได้ว่าใน 1 เครื่องหลัก จะสามารถแบ่งสเปคย่อยๆ ออกไปได้เป็น เซิร์ฟเวอร์ย่อย (เซิร์ฟเวอร์จำลอง) หลายเครื่องเลยที่เดียว โดยทั้งหมดควบคุมโดยซอฟต์แวร์

โดยผู้ใช้บริการหรือลูกค้า VPS ก็จะได้ใช้เซิร์ฟเวอร์ ได้ตามในสเปคที่ตัวเองต้องการ และ อยู่ในงบประมาณที่มี เรียกได้ว่าควบคุมงบประมาณได้เช่นกัน เช่น สมมุติว่าเราเพิ่งเปิดเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซ ขึ้นมาใหม่ 1 เว็บ เว็บนี้เรายังไม่มั่นใจว่าจะมีคนเข้าเยี่ยมชม มีลูกค้าเข้ามาเลือกชมสินค้ามากน้อยเพียงใด

ประโยชน์ของมันคือ อย่างในระยะแรก สมมุติว่าคุณเพิ่งจะเปิดกิจการใหม่ หรือ เปิดเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซ มาใหม่ เราก็สามารถที่จะเลือกซื้อในแพ็คเกจ ในระดับที่ต่ำที่สุด อย่าง CPU 1 Core + RAM 4 GB. + Hard Disk 100 GB. ไปก่อนได้ และถ้าหากวันนึงเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซของเราเติบโตมากขึ้น มีลูกค้ามากขึ้น มีการสั่งซื้อเข้ามามากขึ้น เราก็สามารถที่จะแจ้งทางผู้ให้บริการ VPS นั้นสามารถเพิ่มสเปคได้เช่นกัน อย่างเช่น เพิ่ม ฮาร์ดดิสก์ เป็น 200 GB. เพิ่มซีพียู เป็น 2 Core ได้เลยเดี๋ยวนั้นทันที โดยที่คุณไม่ต้องไปเดินห้างไอที อย่าง พันธุ์ทิพย์พลาซ่า ฟอร์จูนฯ เพื่อไปซื้ออุปกรณ์ต่างๆ อย่าง ฮาร์ดดิสก์ลูกใหม่มาเพิ่ม ซื้อแรมมาติดตั้ง หรือ ซื้อซีพียูมาเปลี่ยน เพื่ออัพเกรดสเปค ความสามารถเลย

ด้านการใช้งานทั่วไป แน่นอนว่าความสามารถของมัน เหนือกว่า เว็บโฮสติ้งแน่นอน ความสามารถมันเทียบเท่า บริการอย่างโคโลเคชั่น (Co-Location) ที่คุณเอาเครื่องไปฝากวาง และดูแลเครื่องเซิร์ฟเวอร์ เครื่องนั้นแบบ 100% เลยทีเดียว

คุณสามารถใช้เซิร์ฟเวอร์ VPS ที่เช่ามานี้ทำอะไรได้หลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็น ใช้ทำเว็บไซต์ (Web Server) ใช้ทำเซิร์ฟเวอร์รับส่งอีเมล์ (Mail Server) ทำเว็บบอร์ดกระดานสนทนาสำเร็จรูป (Webboard) ทำเซิร์ฟเวอร์ใช้สำรองข้อมูล (Backup Server) หรือผู้เช่า VPS จะไปเปิดบริการ เว็บโฮสติ้ง (Web Hosting) อีกช่วงหนึ่งต่อ ก็ยังสามารถทำได้เลยเช่นกัน แต่มีข้อแม้ว่าจะต้องซื้อแพ็คเกจ VPS ที่มีสเปคเครื่องที่เพียงพอ

นอกจากนี้แล้วอีกหนึ่งปัจจัยที่ยังมีผลให้ราคาสูงขึ้นหรือต่ำลงของการเช่า VPS นั่นก็คือเรื่องของระบบปฏิบัติการ (Operating Systems) นั่นเอง แน่นอนว่า ระบบปฏิบัติการลีนุกซ์ (Linux OS) นั้นจะมีราคาที่ถูกกว่า เพราะตัวมันเองนั้นเป็นโปรเจคโอเพ่นซอร์ส ที่ถูกพัฒนาโดยกลุ่มโปรแกรมเมอร์ที่ใจรัก และต้องการที่จะสร้างสรรค์สิ่งดีๆ เพื่อสังคม และที่สำคัญ แจกฟรี นำไปใช้ฟรีอีกด้วย แต่มันก็มีข้อเสียคือ ระบบการช่วยเหลือสนับสนุนต่างๆ อาจจะไม่ดีเท่าวินโดวส์ ที่มีทีมพัฒนา และ ดูแล เฉพาะ

ถ้าหากเป็น ระบบปฏิบัติการวินโดวส์ (Windows OS) จะค่าบริการรายเดือน จะมีราคาที่สูงกว่าพอสมควร เพราะวินโดวส์ ถูกพัฒนาโดยบริษัทเอกชน อย่าง ไมโครซอฟท์ (Microsoft) ไม่ได้พัฒนาขึ้นโดยทีมผู้พัฒนาโปรแกรมอิสระ ดังนั้นเขาก็ต้องมีค่าใช้จ่าย หลายๆ อย่าง แต่สิ่งที่ผู้ใช้งานได้รับก็คือ มีทีมเซอร์วิส ทีมซัพพอร์ต ที่ดี คอยให้คำแนะนำปรึกษาในการใช้งาน

ตัวอย่างรูปแบบ ของ แพ็คเกจ ผู้ให้บริการ VPS

VPS Package

ตัวอย่างแพ็คเกจ การให้บริการ VPS มีราคา และ สเปคที่ต่างกันออกไป

 

ข้อดี VPS 

  • ประหยัด ในเรื่องของค่าใช้จ่าย ค่าบริหารจัดการ สามารถเริ่มใช้บริการ VPS ได้ขณะที่คุณมีงบประมาณจำกัด แต่ได้ความสามารถเหมือนมีเครื่องเซิร์ฟเวอร์ จริงๆ เครื่องนึงเลย
  • ในอนาคตสามารถขยับขยายได้ เติบโตได้ เช่นเมื่อมีข้อมูลมากขึ้น ก็สามารถเพิ่มฮาร์ดดิสก์ เพิ่มแรม เพิ่มซีพียู (Core) ได้ตามงบประมาณ หรือ เงินที่มีเลย
  • การขยับขยาย ไม่จำเป็นจะต้องย้ายเครื่อง สามารถติดต่อผู้ให้บริการ VPS ชำระเงินเพิ่ม ก็สามารถขยายสเปคได้เลย โดยไม่ต้องเดินทางซื้ออุปกรณ์เข้าไปเปลี่ยน หรือ ติดตั้งเพิ่มเติมแต่อย่างใดเลย
  • มีระบบความปลอดภัยของการจัดเก็บข้อมูลที่สูง ระบบการสำรองข้อมูลชั้นเยี่ยม ของผู้ให้บริการ เพราะส่วนมากจะให้บริการเป็นแบบ RAID คือมีการสำรองข้อมูลลงฮาร์ดดิสก์อีกอย่างน้อยหนึ่งลูกเสมอ ถ้าเกิดตัวใดตัวหนึ่งมีปัญหา ยังมีอีกตัวหนึ่งสำรองเอาไว้
  • ระบบการจ่ายไฟฟ้าเข้าเครื่องจากพาวเวอร์ซัพพลาย (Power Supply) ของเครื่องเซิร์ฟเวอร์ ที่ให้บริการ ส่วนมากผู้ให้บริการ VPS จะเลือกให้มี 2 ตัวเป็นอย่างน้อย เพื่อสำรองเอาไว้ซึ่งกันและกัน
  • ระบบเชื่อมต่อเน็ตเวิร์ค (Network Interface Card) ที่มีหลายท่อ หลายช่องทางในการรับส่งสัญญาณ ไม่เหมือนกับเครื่องคอมพิวเตอร์พีซี ที่ใช้ตามบ้าน ส่วนมากแล้วจะมี เน็ตเวิร์คการ์ด แค่อันเดียวเท่านั้น
  • ไม่ต้องไปร่วมแชร์ทรัพยากรเครื่องกับใคร เพราะเซิร์ฟเวอร์จำลองนั้นเปรียบเสมือนเซิร์ฟเวอร์จริงๆ เครื่องนึงเลย
  • มีหมายเลขไอพีแอดเดรส (IP Address) ที่แยกเป็นอิสระของตัวเอง ไม่ต้องไปแชร์ร่วมกับใคร ดังนั้นจะสามารถเปิดเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซ เพื่อทำ โปรโตคอล https:// ซึ่งมีประโยชน์ในด้านความปลอดภัย เกี่ยวกับการทำธุรกรรมด้านการเงินได้
  • ราคาถูกกว่าการเช่าเดดิเคทเซิร์ฟเวอร์ หรือ การซื้อเซิร์ฟเวอร์ใหม่ 1 เครื่อง เป็นอย่างมาก ทำให้สามารถควบคุมค่าใช้จ่าย ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • ตัดปัญหาเรื่องการล่มของระบบไปได้เลย เพราะทางผู้ให้บริการ VPS จะมีหน้าที่ดูแลตรงจุดนี้
  • ผู้ให้บริการ VPS ส่วนใหญ่ จะมีระบบให้ทดลองให้ใช้บริการชั่วคราวฟรี โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใดๆ ก่อนตามช่วงระยะเวลาหนึ่ง อาทิ 1 สัปดาห์ 2 สัปดาห์ หรือ 1 เดือน ขณะที่การทดลองใช้ฟรีนี้ หาได้ยากใน เว็บโฮสติ้ง เดดิเคทเซิร์ฟเวอร์ หรือแม้แต่ บริการโคโลเคชั่น
  • ทางผู้ให้บริการ VPS สามารถติดตั้งโปรแกรมลูกค้าแบบสำเร็จรูปได้ก่อน อาทิ ลงระบบปฏิบัติการให้ ลงแอพพลิเคชั่นสำเร็จรูปบางตัวเอาไว้รอให้ลูกค้าได้เลย ช่วยประหยัดเวลาได้ส่วนนึง แต่ในขณะที่ โคโลเคชั่น ไม่สามารถทำแบบนี้ได้
DELL Storage NX3230
เซิร์ฟเวอร์เก็บไฟล์ เก็บข้อมูล จาก DELL รุ่น NX3230 จากบริษัท Cloud Business จำกัด ภายในบรรจุฮาร์ดดิสก์ 14 ลูก ทำ RAID 10 หากฮาร์ดดิสก์ ลูกใดลูกหนึ่งเสีย ข้อมูลไม่สูญหาย และ เสียหาย แน่นอน
DELL Storage NX3230 Rear
เซิร์ฟเวอร์เก็บไฟล์ เก็บข้อมูล จาก DELL รุ่น NX3230 (ด้านหลัง) จะมีเน็ตเวิร์คการ์ด (NIC) อยู่ 4 ตัว สังเกตว่าจะมีสายแลน 4 เส้น วิ่งเข้าไปหา เพื่อสำรองเกิดการ์ดใดมีปัญหา ยังมีตัวอื่นๆ ที่เหลือรองรับได้ และ ตัวจ่ายไฟเข้าเครื่อง (Power Supply) สำรองอีก 2 ตัว ตัวใดตัวหนึ่งเกิดช็อต เสียขึ้นมา ยังมีอีกตัวรองรับได้



Comments

ขายบ้านรายได้ดี ทำงานที่ไหนก็ได้ รับเพียง 10 ท่านเท่านั้น | ระเบียงขาว

สายช้อปปิ้ง แหล่งช้อปปิ้งสำหรับสายช้อป

Exclusive