เทคนิคการเขียน Sale Page ปิดการขายตั้งแต่หน้าแรกของเว็บไซต์

หลายคนมักเริ่มต้นทำธุรกิจด้วยเงินทุนอันน้อยนิด และคิดว่ามันเพียงพอแล้วที่จะมีแค่แฟนเพจอย่างเดียวในการดำเนินการ เพราะถ้าทำเว็บไซต์คุณเองก็ต้องเสียเงินเพิ่ม ทั้งค่าโดเมน ค่าโฮสติ้ง ซึ่งจะทำให้เสียค่าใช้จ่ายและเวลาในการดูแลเว็บไซต์อีกมากมาย แต่เชื่อเถอะว่าสิ่งนั้นมันคุ้มค่ากับธุรกิจคุณอย่างแท้จริง โดยเฉพาะเมื่อคุณทำเว็บไซต์และมี Sale Page ของตัวเอง

หน้าเว็บนี้ เป็นเหมือนตัวกระตุ้นการขายชั้นเยี่ยม ที่จะทำให้คนที่เข้ามาบนเว็บไซต์คุณ ตัดสินใจใช้บริการอย่างรวดเร็ว และปิดการขายได้แบบง่ายดาย ซึ่งใครที่ยังไม่มีเว็บไซต์ หรือมีแล้วแต่ยังไม่ได้ทำ Sale Page แนะนำให้ทันที เพราะมันมีข้อดีเยอะมากดังที่เราจะกล่าวกันในส่วนต่อๆ ไป

Sale Page คืออะไร จำเป็นยังไงต่อธุรกิจคุณ

Sale Page เป็นหน้าที่จะช่วยปิดการขาย ทำให้ลูกค้าที่เข้ามาดูเว็บของคุณเข้าใจว่าคุณคือใคร ขายอะไร ดียังไง และช่วยอะไรเค้าได้บ้าง เป็นหน้าของการขายที่จะให้ข้อมูลครบจบในที่เดียว เห็นภาพชัดเจนในหน้าเดียว เป็นการออกแบบที่ต้องใช้ทั้งความคิดสร้างสรรค์ในเรื่องของการเล่นคำ การวาง Art Work และการดีไซน์หน้าตาให้ออกมาดูดี

ซึ่งถ้าคุณสามารถออกแบบ Sale Page ได้อย่างตรงจุดแบบที่มันควรจะเป็น สิ่งนี้จะกลายเป็นเครื่องมือชั้นยอดที่จะช่วยปิดการขายให้คุณได้ และไม่ว่าใครที่คลิกเข้ามา ก็มีโอกาสจะใช้บริการคุณทุกคนเลย เนื่องจาก Sale Page จะสร้างความสนใจให้กลุ่มเป้าหมายได้อย่างตรงเป้า และชัดเจน

เป็นการตลาดที่ใช้การลงทุนที่ต่ำ แต่ได้รับผลตอบรับกลับมาได้ดีมาก และที่สำคัญคือ จะทำให้คนจดจำแบรนด์ของคุณได้ทันทีในเวลาไม่กี่อึดใจ สร้างการจดจำให้ใครๆ ก็คุ้น และอยากใช้บริการกับคุณ

วิธีสร้าง Sale Page ให้สะดุดตา โดนใจ ขายได้ในตัวเอง

1. โดดเด่น ชัดเจน

ตัวอักษรของการทำ Sale Page ต้องโดดเด่น เพื่อให้เห็นข้อความที่ชัดเจน และสามารถตอบคำถามลูกค้าได้ทันที ว่าคุณคือใคร ช่วยอะไรลูกค้าได้ และกลุ่มเป้าหมายที่คุณต้องการสื่อสารถึงคือใคร พยายามเน้นตัวอักษรในข้อความที่มีความสำคัญ หรือเป็น Keyword เด่นๆ ให้ชัดเจนกว่าคำอื่น เนื่องจากบางทีลูกค้าแค่ทำการอ่านผ่านๆ เท่านั้น ไม่มีเวลามาก ถ้าเขาสะดุดตากับข้อความที่สำคัญของคุณ ก็อาจทำให้เขาทราบได้ว่าสินค้าชิ้นนี้ช่วยเขาได้จริง

2. ใช้วิดีโอ หรือรูปภาพ เข้าช่วย

การใช้วิดีโอ หรือรูปภาพเข้ามาช่วยก็จะทำให้สินค้าของคุณมีความโดดเด่นยิ่งขึ้น โดยเฉพาะเมื่อคุณทำวิดีโอเคลื่อนไหวให้เห็นภาพชัดเจนของการใช้งานสินค้าของคุณว่าก่อนใช้ กับหลังใช้ มันแตกต่างกันมากแค่ไหน เปรียบเทียบให้เห็นภาพชัดเจน ก็จะยิ่งทำให้ลูกค้ารู้สึกสนใจและตัดสินใจได้ง่าย
แต่ต้องไม่ลืมว่าวิดีโอของคุณต้องไม่ยาวเกินไป พยายามให้อยู่ในช่วง 1-2 นาที และภาพต้องคมชัด อารมณ์สื่อออกมาให้สัมผัสได้ เพื่อให้ลูกค้าเห็นและเกิดความประทับใจทันที

3. มีรีวิวจากลูกค้าให้ดู

เพราะเว็บไซต์ไม่เหมือนแฟนเพจที่ใครจะเม้นอะไรก็ได้ ดังนั้นเพื่อให้สินค้าคุณเกิดความน่าเชื่อถือ การมีรีวิวจากลูกค้าเก่าสอดแทรกเข้าไป ว่าเขาชื่นชมสินค้าคุณขนาดไหน ก็จะทำให้ลูกค้าใหม่ตัดสินใจซื้อง่ายขึ้น เชื่อถือมากขึ้น และกล้าที่จะสั่งสินค้าคุณมาทดลอง

4. สอดแทรกโปรโมชั่น

หน้าเซลเพจนี้เป็นหน้าที่จะทำยอดขายให้คุณได้มากที่สุด เพราะฉะนั้นการใส่กลยุทธ์ทางการตลาดด้วยการมอบโปรโมชั่นต่างๆ เอาไว้จึงจำเป็นมาก เพื่อกระตุ้นให้ลูกค้าเกิดการตัดสินใจซื้ออย่างรวดเร็ว เช่น ลดราคาตอนนี้ถึงวันที่เท่าไหร่ มีการแถมอะไรบ้าง หรือถ้าสั่งซื้อผ่านหน้า Sale Page นี้จะได้รับอะไรตอบแทนกลับไปบ้าง เป็นต้น

5. ปิดการขายด้วยช่องทางติดต่อ

สุดท้ายแล้วคุณต้องมีช่องทางการขาย หรือช่องทางการติดต่อที่เข้าถึงได้ง่ายมาก สามารถคลิกครั้งเดียวจบ เพราะอย่าลืมว่าพฤติกรรมผู้บริโภคไม่ชื่นชอบอะไรที่ยุ่งยาก พยายามทำให้ทุกอย่างเสร็จสิ้นให้เร็วที่สุด และง่ายที่สุด เช่น มีปุ่มสั่งซื้อข้างรูปทันที หรือมีแชทให้พูดคุยได้ในเว็บเลยสำหรับสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ก็จะช่วยให้ลูกค้ารู้สึกสะดวกสบาย และอยากตัดสินใจซื้อสินค้าคุณมาใช้งาน

ที่มา smartsme.co.th




Comments

ขายบ้านรายได้ดี ทำงานที่ไหนก็ได้ รับเพียง 10 ท่านเท่านั้น | ระเบียงขาว

สายช้อปปิ้ง แหล่งช้อปปิ้งสำหรับสายช้อป