Campaign Budget Optimization หรือ CBO คืออะไร?

Campaign Budget Optimization หรือ CBO คือ การจัดสรรงบประมาณในระดับแคมเปญ ซึ่งก็คือการย้ายการตั้งค่างบ ในการยิงโฆษณา จาก ชุดโฆษณา มาไว้ที่ แคมเปญ ซึ่งตัวฟังก์ชันนี้ ทาง Facebook ได้ปล่อยมาให้เราทดลองใช้กันมาค่อนข้างนานแล้วค่ะ แต่ก็มีบางคนที่ใช้ระบบเก่าอยู่ และบางคนก็ได้ทดลองระบบใหม่แล้ว แต่ว่าทาง Facebook จะเปลี่ยนการปรับใช้ ให้มาเป็น CBO ทั้งหมดนะคะ สำหรับใครที่ยังไม่ได้ปรับการใช้งาน หรือทดลองใช้ ก็สามารถรีบปรับเปลี่ยนได้เลยค่ะ เพื่อไม่ให้กระทบต่อการทำโฆษณาของเรา

 

บิวได้ทำ คลิปสำหรับอธิบายตัว CBO ไว้แล้วนะคะ ยังไงก็ลองฟังและดูคลิปเพื่อเเพิ่มความเข้าใจนะคะ หรือสำหรับใครที่ไม่อยากดูคลิป บิวก็ทำสรุปไว้ในนี้แล้วค่ะ

Campaign Budget Optimization หรือ CBO

 

โดยการทำโฆษณาใน Facebook จะมี 3 หัวข้อหลัก ซึ่งมีวิธีการทำงานที่แตกต่างกัน โดยจะแบ่งออกเป็น

1. Campaign หรือ แคมเปญ

เมื่อเราจะสร้างโฆษณาใน Facebook เราต้องเลือกแคมเปญเป็นอันดับแรก ซึ่งตัวแคมเปญ จะเป็นตัวที่บอกวัตถุประสงค์ในการทำโฆษณา เช่น การต้องการการมีส่วนร่วมในเพจ การกดไลท์เพจ การทำโฆษณาเพื่อให้มี inbox หรือ การทำโฆษณาเพื่อให้มีวิดิโอวิวเยอะๆ เป็นต้น 

2. Adset หรือ ชุดโฆษณา

เมื่อเราเลือกแคมเปญได้เรียบร้อยแล้ว ก็จะเข้ามาสู่ชุดโฆษณา โดยในชุดโฆษณา มีการตั้งค่าต่างๆ ให้เราตั้งค่าสำหรับการที่เราจะทำโฆษณาไปในรูปแบบไหน และส่งไปยังใคร  ยกตัวอย่างเช่น

  • การตั้งกลุ่มเป้าหมาย ไม่ว่าจะเป็น อายุ เพศ ที่อยู่ ความสนใจ พฤติกรรม คนที่อยู่ในเพจของเรา
  • การตั้งค่างบประมาณว่าเราต้องการใช้เงินในการยิงโฆษณาเท่าไรในชุดนี้
  • การตั้งวันและเวลาที่ต้องการให้โฆษณาแสดง หรือวันและเวลาที่ต้องการให้โฆษณาหยุดแสดง
  • การตั้งค่า แพลตฟอร์มที่เราจะยิงโฆษณาไป เช่น Facebook หรือ Instagram 
  • การตั้งค่าการแสดงโฆษณา ว่าเราต้องการแสดงโฆษณาใน Desktop หรือ โทรศัพท์มือถือ
  • การตั้งค่าการ bidding เพื่อประมูลโฆษณา
  • การตั้งค่าการชำระเงิน ว่าเราต้องการให้ตัดเงินในรูปแบบไหน ซึ่งตรงนี้จะสอดคล้องกับการที่เราตั้งแคมเปญ

3. Ads หรือ โฆษณา

เมื่อเราตั้งค่ากลุ่มเป้าหมายต่างๆ เสร็จเรียบร้อยแล้ว จะมาถึงการเลือกโฆษณา ซึ่งตรงนี้จะเป็นที่ที่เราจะเลือกโฆษณาว่าเราต้องการนำสื่อโฆษณาตัวไหน แสดงไปให้ลูกค้าเห็น 

เปรียบเทียบการทำโฆษณาแบบปกติ กับแบบ CBO ค่ะ

การทำโฆษณาแบบปกติ จะต้องตั้งค่างบประมาณในการใช้ยอดเงิน สำหรับโฆษณาใน Adset

 

แต่ในการทำ โฆษณาแบบ CBO ชื่อก็บอกอยู่แล้วนะคะว่าคือ Campaign Budget Optimization ซึ่งก็คือ เป็นการตั้งงบประมาณ ในระดับแคมเปญ คือการย้ายจากที่เราตั้งใน Adset มาไว้ที่ Campaign นั่นเองค่ะ

ยกตัวอย่างให้ดูง่ายๆ นะคะ ยกตัวอย่างมา 3  Adset  ปกติแล้วเวลาเรายิงโฆษณา เราจะใส่งบประมาณใน Adset ซึ่งบิวจะทดลองใส่ 500 บาท 3 adset  รวมเป็น 1,500 บาท และเราก็จะใส่ Ads เข้าไปหลายๆ ตัว เพื่อให้ Facebook ช่วยดูให้เราว่าโฆษณาตัวไหนดีที่สุด ซึ่งเมื่อเราใส่งบต่อวัน Adset ละ 500 บาท ไม่ว่าโฆษณาตัวนั้นจะดีหรือไม่ดี ก็จะกินเงินเราไปวันละ 1,500 บาท สำหรับชุดโฆษณาเหล่านั้นค่ะ

 

แต่สำหรับการยิงแบบ CBO ก็คือการที่เราใส่งบประมาณไปเลย ตั้งแต่แคมเปญ ทีนี้ เราจะสามารถให้ Facebook เมเนจให้เราว่าโฆษณาตัวไหนดี ซึ่งเมื่อมี Adset ตัวไหน หรือ Ads ตัวไหนดี ทาง Facebook ก็จะทุ่มเงินไปยัง Adset หรือ Ads นั้นๆ ค่ะ ทีนี้ ต่อให้เราใช้เงินไป 1,500 บาทเท่ากัน แต่ประสิทธิภาพจะดีกว่าการที่เรา ใส่เงินแยกแต่ละ Adset ค่ะ

ยกตัวอย่าง CBO

ทีนี้เราก็สามารถมองมุมได้กว้างขึ้น เราไม่จำเป็นต้องเข้าไปดูโฆษณาแต่ละตัวว่าตัวไหนแพง หรือไม่จำเป็นต้องไปปิดโฆษณานั้นๆ ค่ะ เพราะว่าเมื่อโฆษณาตัวนั้นไม่ดี ทาง Facebook ก็จะปรับนำเงินไปใช้ ในโฆษณาตัวอื่นที่ดีกว่า  เราเพียงแค่ดูอัตราค่าเฉลี่ยว่าเป็นจำนวนที่เราสามารถรับได้ไหม ถ้าโอเค ก็ไม่จำเป็นต้องไปปิดค่ะ

ยังไงก็แล้วแต่นะคะ สุดท้ายแล้วการทำโฆษณาบท Facebook เราก็ยังจำเป็นที่จะต้องดูสถิติ และวิเคราะห์โฆษณาตลอดเวลา เพื่อนำมาปรับใช้ในการยิงโฆษณาของเราค่ะ และยังต้องเทสกลุ่มโฆษณาและชิ้นงานโฆษณาบ่อยๆ เพราะเราไม่อาจรู้ได้ว่า ช่วงไหน หรือคนแบบไหน ชอบโฆษณาแบบไหน หรือยิงแบบไหนจะตรงกลุ่มที่สุดค่ะ เพราะพฤติกรรมผู้บริโภคปรับเปลี่ยนได้ตลอดเวลาค่ะ

หากใครอ่านแล้วยังไม่เข้าใจ หรือดูคลิปแล้วยังไม่เข้าใจ สามารถทักเข้ามาสอบถาม หรือปรึกษาได้ฟรี!!! เลยนะคะ

สามารถติดตามเราได้ในช่องทาง

Facebook Fanpage :

หรือสอบถามรายละเอียด ปรึกษาการตลาดฟรี

 

เพิ่มเพื่อน

ที่มา pinemarketingdesign.co.th

 




Comments

ขายบ้านรายได้ดี ทำงานที่ไหนก็ได้ รับเพียง 10 ท่านเท่านั้น | ระเบียงขาว

สายช้อปปิ้ง แหล่งช้อปปิ้งสำหรับสายช้อป