11 คำศัพท์พื้นฐานควรรู้ ก่อนลงโฆษณาออนไลน์ Facebook Ads

11 คำศัพท์พื้นฐานควรรู้ ก่อนลงโฆษณาออนไลน์ Facebook Ads

ในการลงโฆษณาออนไลน์ Facebook เรามักเจอคำศัพท์ไม่คุ้นหูหลายคำ ซึ่งบางคำอาจเป็นข้อมูลสำคัญ (Key Metric) ที่สามารถเอามาวิเคราะห์ต่อได้ว่าโฆษณาของเรานั้นเป็นอย่างไร วันนี้ ad MATTER จะมาขยายความ 11 คำศัพท์พื้นฐานที่คุณควรเข้าใจก่อนลงโฆษณา Facebook ด้วยภาษาบ้านๆเข้าใจง่าย พร้อมยกตัวอย่างให้เห็นภาพชัดเจนกันยิ่งขึ้น

1. Reach

หมายถึง จำนวนคนที่เห็นโฆษณาอย่างน้อย 1 ครั้ง ซึ่งจะแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ

  1. Paid Reach คือ จำนวนคนที่เห็นโพสต์ จากการลงโฆษณา
  2. Organic Reach คือ จำนวนคนที่เห็นโพสต์ที่เราโพสต์ลงเพจ และไม่รวมจากการลงโฆษณา

หมายเหตุ : ในโพสต์เดียวกัน สามารถมีได้ทั้ง Organic Reach และ Paid Reach

2. Impression

จำนวนครั้งในการปล่อยโฆษณา นับทั้งคนเดิมและคนใหม่ โดยคนเหล่านั้นอาจจะมีหรือไม่มีส่วนร่วมกับโพสต์ของเราก็ได้ (Engagement)

Impression แตกต่างกับ Reach ที่นับเป็นจำนวนครั้งในการปล่อยโฆษณา ไม่ใช่จำนวนคน หมายความว่า คน 1 คน สามารถเห็นโฆษณาได้มากกว่า 1 ครั้ง

3. Frequency

จำนวนครั้งที่มีคนเห็นโฆษณา โดยเฉลี่ยที่คน 1 คน สามารถเห็นโฆษณาของเราบ่อยแค่ไหน โดยสูตรการคิด Frequency คือ

Frequency = จำนวนการแสดงผลโฆษณา (Impression) / จำนวนคนเห็นโฆษณา (Reach)

ตัวอย่าง : เราได้ซื้อโฆษณา 1 โพสต์ ซึ่งโพสต์นี้มีจำนวนครั้งในการปล่อยโฆษณา (Impression) 300,000 ครั้ง และโพสต์นี้มีจำนวนคนที่เห็นโฆษณา (Reach) 200,000 คน ค่าเฉลี่ยจำนวนครั้งที่มีคนเห็นโฆษณา (Frequency) จะเท่ากับ 300,000/20,000 = 1.5 ครั้ง

4. Engagement

หมายถึง การมีส่วนร่วมกับโพสต์ เช่น Like, Comment, Share, คลิกดูรูป, คลิกดูวิดีโอ และ การคลิกลิงก์บนโพสต์ด้วย พูดง่ายๆขึ้นคือไม่ว่าการกระทำใดๆ ก็ตามที่เกิดขึ้นบนโพสต์นั้นจะถูกนับว่าเป็น Engagement ทั้งหมด เป็นตัวเลขสำคัญในการวัดคุณภาพโฆษณาที่มี วัตถุประสงค์โฆษณา “การเพิ่มส่วนร่วมกับโพสต์”

5. Link Click

คือ จำนวนการคลิกลิงก์โฆษณา ซึ่งเป็นลิงก์ที่เราเลือกไปวางบนโพสต์ที่มีรูปแบบโฆษณาเป็น Link Ads (โฆษณาแบบลิงก์) จุดประสงค์คือเพื่อต้องการนำคนจาก Facebook ไปยังเว็บไซต์ที่เราต้องการ

6. Video View

จำนวนการรับชมวิดีโอของโฆษณานั้นๆ สามารถดูการวัดผลโฆษณาประเภทวิดีโอ ได้ทั้ง 2 วินาที , 3 วินาที และ 10 วินาที ทั้งนี้การประเมินผลการรับชมวิดีโอนั้น ยังมีวิธีการวัดผลอีกมาก

7. CTR – Click Through Rate

CTR คือ อัตราการคลิกลิงก์จากโฆษณา เมื่อเทียบกับจำนวนครั้งในการปล่อยโฆษณา เป็นตัวชี้วัดทั่วไปที่ผู้ลงโฆษณาออนไลน์ใช้เพื่อทำความเข้าใจ ว่าโฆษณามีอัตราการเข้าชมเว็บไซต์และจุดหมายปลายทางอื่นๆเท่าไร

CTR% = (จำนวนคลิกลิงก์ (Link Click) / จำนวนครั้งในการปล่อยโฆษณา (Impression)) * 100

8. Relevance Score

พูดภาษาง่ายๆคือ คะแนนที่ Facebook กำหนดขึ้นมาเพื่อบอกว่าผู้คนให้ความสนใจกับโฆษณาของเรามากแค่ไหน มีค่าตั้งแต่ 0-10 ยิ่งคะแนนสูงแปลว่ายิ่งดี

9. Cost per Click (CPC)

CPC คือ การคิดจากทุกคลิกที่เกิดขึ้นบนโฆษณา มี 2 มุมมองคือ

  1. CPC (All Clicks) คือการคิดจากทุกคลิกที่เกิดขึ้นบนโฆษณา วิธีคำนวณคือ
    งบประมาณที่ใช้ / All Clicks = CPC (All)
  2. CPC (Cost Per Link Click) การคำนวณราคาการคลิกจากการกดลิงก์เท่านั้น วิธีคำนวณคึอ
    CPC = งบประมาณที่ใช้ไป / จำนวนลิงก์คลิก

ตัวอย่าง : โฆษณาใช้งบประมาณไป 800 บาท มีจำนวนคลิกที่ 300 คลิก CPC จะเท่ากับ 800/300 = 2.6 บาท

10. Cost per 1,000 Impressions (CPM)

คือ การคิดค่าใช้จ่ายเฉลี่ยสำหรับการแสดงผล 1,000 ครั้ง มีวิธีการคิดง่ายๆคือ

CPM = (งบประมาณที่ใช้ไป / จำนวนครั้งในการปล่อยโฆษณา(Impression))x1,000

ตัวอย่าง : โฆษณาใช้งบประมาณไป 800 บาท โฆษณาถูกปล่อยไปทั้งหมด 32,000 ครั้ง CPM จะเท่ากับ (800/32,000)x1,000 = 25 บาท

11. Cost per Result

ต้นทุนต่อผลลัพธ์ที่บ่งชี้ว่า เป้าหมายที่ตั้งไว้ในแคมเปญโฆษณาของคุณนั้นทำได้ดีเพียงใด คุณสามารถใช้เพื่อเปรียบเทียบประสิทธิภาพระหว่างแคมเปญต่างๆ ก็ได้

ราคาผลลัพธ์นี้อาจได้รับผลกระทบจากหลายปัจจัย เช่น ประเภทการประมูลโฆษณา. การเลือกกลุ่มเป้าหมาย. หน้าตาของโพสต์ที่ได้ทำการโฆษณา. วิธีการ optimise เป็นต้น

Cost per Result = งบประมาณที่ใช้ไป / จำนวน Results ที่ได้

ที่มา blog.admatter.co




Comments

ขายบ้านรายได้ดี ทำงานที่ไหนก็ได้ รับเพียง 10 ท่านเท่านั้น | ระเบียงขาว

สายช้อปปิ้ง แหล่งช้อปปิ้งสำหรับสายช้อป