ถึงคนที่คิดว่าตัวเองทำได้หลายอย่าง…แต่ไม่สุดสักทาง ภาค 2

(สรุปจากนส. How to be Everything เขียนโดย Emilie ผู้พูดบนเวที TED Talk ที่มีคนดูกว่า 7M views++)

.
ต่อจากบทความที่แล้วเลยฮะ
หลังจากที่เรารู้สึกว่า…มีแนวโน้มจะเป็น Multipotentialite
คือทำได้หลายอย่าง แต่ไม่สุดสักทาง
.

เพื่อให้เข้าใจคำนี้มากขึ้น มาถอดรากศัพท์คำนี้กันนิดดนึงฮะ
ที่มาของ Multipotentialite มาจาก 3 คำคือ
.

Multi (มัลติ) แปลว่า หลาย
Potential (โพเทนเชียล) แปลว่า ศักยภาพ
Lite (ไลท์) แปลว่า อะไรที่มันเบาๆ อ่อนๆ แบบไม่ได้จัดเต็ม

รวมๆแล้ว Multipotentialite (มัลติโพเทนเชียลไลท์)
= ผู้มีศักยภาพหลายอย่างที่ไม่จัดเต็มสักอย่าง

หรือที่เราเรียกกันว่า "ทำได้หลายอย่าง...แต่ไม่สุดสักทาง" นั่นแหละ
.

ซึ่งแม้ว่า…จะไม่สุดสักทาง แต่โชคดีที่มี "หลายอย่าง"
และกลับกลายเป็น "ข้อได้เปรียบ" ของคนกลุ่มนี้อย่างที่เขียนไว้ในโพสที่แล้ว

แต่ด้วยความที่ทำ "หลายอย่าง" ก็มีจุดเสียเปรียบเหมือนกันคือ
1)ทำเป็นหลายอย่างจน งง งงว่า…ไม่รู้กรูจะทำอะไรดี
2) พอทำอะไร กำลังจะเป็น กำลังจะดีเลย
เกิดเบื่อขึ้นมาเฉย อยากทำไรใหม่ๆอีกละ

พอแบบเป็นแบบนี้เลยมักจะหางานที่เหมาะกับตัวเองไม่เจอ
.

แต่ในหนังสือ How to be Everything ของ Emilie
(เจ้าเก่าคนเดิม ที่พูดเรื่องนี้บนเวที Ted Talk นี่ละฮะ)
ได้ให้ Guildline ทางออกในการหางา ที่เหมาะกับ
Multipotentialite โดยเฉพาะ

เธอแบ่งคนกลุ่มนี้ ออกเป็นอีก 4 สายย่อยๆ
มาดูกันว่า เราจะไปอยู่สายไหนดี…
.

1
สายจับกลุ่ม Group hug

สายนี้จะเลือก ทำงานอย่างเดียว
แต่…ในงานนั้นต้องใช้ทักษะหลายอย่างในการทำงาน
(ไม่งั้นจะเบื่อเร็ว)
.
ถ้าทำงานในบริษัทก็ต้องเลือกตำแหน่งที่ต้องใช้สกิลหลายๆด้าน
มีหลายหน้าที่ในงานเดียว (ซึ่งบางครั้งมักไม่ใช่บริษัทใหญ่ ที่มีระบบเป๊ะเว่อร์ๆ )
.
ส่วนถ้าจะสร้างอาชีพของตัวเอง ก็เช่น
"ทำเพจ" ผมก็ว่าได้อยู่นะ เพราะต้องใช้หลายสกิลเลยย
ไม่ว่าจะ อ่าน เขียน พูด ทำวิดิโอ ตัดต่อ ถ่ายรูป แต่งภาพ บลาๆ
(แล้วแต่แนวเพจ)
.
แต่เอมิลี่ ก็มีแนะนำ Step ในหาอาชีพที่ใช่สำหรับคนสาย Group hug
ไว้ดีมากๆ มี 5 ขั้นตอนคือ
.
1)ลองนึกถึงสิ่งที่เราสนใจมาตลอดตั้งแต่เด็กจนโต มีอะไรบ้าง
เขียนออกมาในกระดาษ
2)ขีดฆ่าทิ้งอันที่ อาจจะเคยสนใจในอดีต แต่ตอนนี้ "ไม่" แล้ว
3)แบ่งกลุ่มให้มันหน่อยๆ เช่น

สนใจเต้น กีฬา ศิลปะการต่อสู้ ---> กลุ่มใช้ร่างกาย
สนใจตัวเลข คิดเลข วางแผน --- > กลุ่มตรรกะ คำนวณ
สนใจดนตรี ถ่ายรูป ---- > กลุ่มศิลปะ
สนใจปีนเขา เที่ยวป่า ขี่จักรยาน วิ่ง ---- > กลุ่มกิจกรรม Outdoor

4)ลองจับคู่กลุ่มความสนใจ อาจจะเกิดไอเดียเจ๋งได้ เช่น
ศิลปะ กับ Outdoor มารวมกันดูสิ อาจเกิดไอเดียอาชีพใหม่ๆ
เช่น ใช้ความชอบในการถ่ายรูป ขี่จักรยาน ชอบเที่ยววิว Outdoor

จัดเป็น "โฟโต้ทริป"
คือทัวร์ขี่จักยานไปเที่ยวและสอนถ่ายรูป วิวตามสถานที่ต่างๆ

แบบนี้เราจะได้ใช้ทักษะถ่ายรูป ได้ขี่จักรยาน ได้เที่ยวตะลุย Outdoor ไปด้วยทั้งหมด
ซึ่งเป็นสิ่งที่เราสนใจหมดเลย แฮปปี้สุดๆ

5)ถ้าไม่อยากสร้างงานขึ้นมา ในโลกมีงานที่ต้องใช้หลายสกิลในการเดียวรองรับอยู่แล้ว
เพียงแต่เราต้องเริ่มมองหาดูตั้งแต่วันนี้ เช่น
ทำหนัง คือการรวมทักษะทั้ง การเล่าเรื่อง การถ่ายทอด เขียนบท การถ่ายรูป ดนตรี ออกแบบ
.

2
สายสแล๊ช Slash คือสัญลักษณ์แบบนี้ ---> " / " (ทับ)

คนสายนี้จะชอบทำหลายๆงาน แยกไปเป็นงานๆ เช่น
อย่าง Tim Ferris งี้ที่เขียนหนังสือชื่อดังอย่าง 4 Hours work week
เค้าเป็นทั้งนักเขียนด้วย เป็นนักเต้น Tango ด้วย แถมยังเป็นนักกีฬา Kickboxing ด้วย
.
หรือบ็อบ ซายส์ ที่เป็นทั้งนักจิตบำบัด และช่างซ่อมเครื่องสาย
.
เพราะคนพวกนี้ชอบความ "วาไรตี้" หลากหลาย
การได้ทำงานที่ประสบการณ์แตกต่างกันในแต่ละวัน
จะไปเติมเต็มความรู้สึกส่วนนี้ของพวกเค้า
.
แต่ปัญหาของคนสายนี้คือ ต้องรู้วิธี "จัดการตัวเอง" ให้ได้
ไม่งั้นเละเทะ แน่ๆ
.
วิธีลองมาเป็นสาย Slash ให้ลองเริ่มจากพาร์ทไทม์ไปก่อน
ค่อยๆหาวิธีจัดการตัวเอง
.

3
สายไอสไตน์

คือยึดเกาะ งานประจำเป็นรายได้หลัก
แล้วเอาเวลาที่เหลือ มาค้นคว้า หรือทำสิ่งที่ตัวเองชอบ
.
ซึ่งเป็นลักษณะเดียวกับไอสไตน์ ที่ทำงานประจำ
และใช้เวลาหลังเลิกงาน ทำงานวิจัยที่ตัวเองสนใจ
.
Key ของสายนี้มี 2 ข้อคือ
1)ต้องเลือกงานประจำที่มีเวลาเหลือหลังเลิก มาทำสิ่งที่ชอบได้
2)ระวังอย่าเลือกงานประจำที่คล้ายกับ สิ่งที่เราจะทำหลังเลิกงาน
.
เพราะจำได้ไหมว่า ชาว Muti เบื่อง่ายย
ถ้าเลือกง่ายคล้ายๆกัน เดี๋ยวก็จะทำได้ไม่นานอยู่ดี
ไม่เกี่ยวว่างานนั้นจะเป็นที่สนใจรึเปล่า เกี่ยวกับเบื่อหรือเปล่า
.

4
สายนกฟินิกซ์

คือตายแล้วเกิดใหม่ พวกนี้จะแปลก…
ถ้าเราเจอสายนี้ สองปีที่แล้วเค้าจะทำงานหนึ่ง
พอตอนนี้ทำอีกงานหนึ่ง แล้วอีกสองปี เห้ยยเปลี่ยนไปอีกงานหนึ่งแล้ว
.
เพราะคนพวกนี้จะทำทีละจ็อบๆ คลุกคลีจนอยู่ตัว แล้วก็เปลี่ยนงานใหม่
.
แต่ถ้าสังเกตดีๆ อาจพบความเชื่อมโยงกันทักษะในแต่ละงานที่แตกต่างกัน
เช่น Saleman (นักขาย) ปีที่แล้วอาจจะขายรถ ปีนี้ขายบ้าน ปีนี้ขายแอร์
.
แม้ว่าจะชื่อหน้าที่เปลี่ยนไป แต่ยังคงใช้ทักษะการขาย อยู่ดี
.
และนี่ก็คือทั้งหมดของ 4 สายของพวก Multipotential

# สรุปอีกที #

1.สายจับกลุ่ม : ใช้ทักษะหลากหลายในงานเดียว
2.สายสแล๊ช : ทำหลายๆงานพร้อมๆกัน
3.สายไอสไตน์ : ยึดอาชีพมั่นคงเพื่อรายได้ ใช้เวลาที่เหลือทำงานที่สนใจ
4.สายนกฟินิกซ์ : ทำเป็นจ็อบๆ อยู่ตัว เปลี่ยนงานโดยอาจมีทักษะที่เชี่ยมโยงกัน
.

สุดท้ายนี้…อยากจะบอกว่า การที่เรารู้ว่าตัวเองเป็น "Multipotentialite"
ก็เพื่อให้เราเข้าใจว่าโลกเรามีคนหลากหลายรูปแบบ

เราไม่จำเป็นต้องยึดติดกับความเชื่อบางอย่างที่ฝังใจเราไว้
อย่างการเป็น Specialist ดีกว่าการทำอะไรหลายๆอย่างแบบเป็ดๆ แล้วเกิดเป็น "ความรู้สึกผิด ไม่มั่นใจขึ้นมา"
.
.
ทุกๆคนล้วนมี Way ที่จะประสบผลสำเร็จในแบบตัวเองได้
.
.

แต่ก็ไม่ใช่ว่า…พอรู้สึกดีกับตัวเองแล้ว
กลายเป็นละเลยการฝึกฝนตัวเองให้ดีขึ้น ในแต่ละวัน
.

เมื่อรู้จักตัวเองแล้ว ก็เรียนรู้ที่จะใช้ "จุดแข็ง" ของตัวเองให้เป็นประโยชน์
มีน้อยคนที่จะเจอ "งาน" ที่ตัวเองรักแบบเป๊ะๆตั้งแต่ครั้งแรก

ลองค้นหา แล้วลงมือลองผิดลองถูกไปเลย
อย่ากังวลกับผลลัพธ์ที่เราไม่คาดหวัง…
.
.
"เพราะทุกผลลัพธ์…คือผลสำเร็จของการทดลอง
ที่จะทำให้เรารู้จักตัวเองได้ดีขึ้น และได้พัฒนาถูกจุดมากขึ้น"
.

เอาละ...ใครคิดว่าตัวเองเป็นสายไหน "พิมพ์"
มาบอกกันใต้คอมเม้นท์เลยยยยยยย
.

ขอให้ทุกคนสนุกสนานกับการพัฒนาตัวเอง
แล้วเจอกันในบทความต่อไปนะครับ

อาเหลียง 

ที่มา HabitsToSuccess




Comments

ขายบ้านรายได้ดี ทำงานที่ไหนก็ได้ รับเพียง 10 ท่านเท่านั้น | ระเบียงขาว

สายช้อปปิ้ง แหล่งช้อปปิ้งสำหรับสายช้อป